I Snap กาแฟดำ 27 มี.ค.'กาแฟดำ' มองว่าจากนี้ไปจนถึง ค.ศ.2020 ประเทศไทยยังต้องการพรรคที่ 3
'กาแฟดำ' มองว่าจากนี้ไปจนถึง ค.ศ.2020 ซึ่งเป็นปีที่ทุกคนมองว่าเป็นเส้นแบ่งระหว่างปัจจุบันกับอนาคตข้างหน้า เมืองไทยจะมีพรรคการเมืองที่ประชาชนจะพึ่งพาได้อย่างจริงๆ มีนโยบายชัดเจนให้ประชาชนเลือกได้ และเชื่อว่าประเทศไทยยังต้องการพรรคที่ 3 คือพรรคที่จะต้องรวมตัวกันเป็นสัญลักษณ์ของการตอบแทนหรือเป็นตัวแทนผลประโยชน์ของประชาชนอย่างจริงจัง
คุณอลงกรณ์ พลบุตร คนสำคัญคนหนึ่งของพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาเสนอว่าพรรคประชาธิปัตย์จะต้องปฏิรูปตัวเองเป็นการใหญ่ ทั้งโครงสร้าง การบริหาร ทิศทาง และต้องเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามาเป็นส่วนสำคัญในการสร้างพรรคใหม่ในลักษณะที่ว่า ถ้าหากเลือกตั้งคราวหน้ามีโอกาสชนะล่ะก็ พรรคประชาธิปัตย์จะอยู่เหมือนเดิมไม่ได้
ผมมองว่า พรรคประชาธิปัตย์ก็ดี พรรคเพื่อไทยก็ดี เป็น 2 พรรคใหญ่ที่มีปัญหาของตัวเอง หลายคนบอกว่าประเทศไทยตอนนี้เหลือเพียง 2 พรรคใหญ่เท่านั้น แต่ผมไม่เชื่อว่าจะเหมือนที่สหรัฐ มีพรรครีพับลิกันและเดโมเครต 2 พรรคของสหรัฐนั้นมีนโยบายที่แปลกและแตกต่างกันไป คนเลือกว่าจะเอาเอานโยบายแบบรีพับลิกัน แบบอนุรักษ์นิยมหรือว่าแบบเดโมเครตที่ไปทางด้านเสรี
พรรคหนึ่งส่งเสริมเรื่องทุน เรื่องของธุรกิจยักษ์ อีกพรรคหนึ่งลงไปที่รากหญ้า ไปที่ชนชั้นกลาง ของไทยเราไม่มีความแตกต่างชัดเจน ไปๆ มาๆ พอจะชนะเลือกตั้งให้ได้ก็ไปสู่ประชานิยม
พรรคประชาธิปัตย์มีปัญหาความเทอะทะของโครงสร้าง เลือดใหม่เข้าไป โอกาสที่จะสามารถมีบทบาทยาก ต้องคนอาวุโสอย่างอดีตผู้นำพรรค คุณพิชัย รัตตกุล เท่านั้น ที่จะออกมาวิพากษ์วิจารณ์พรรคได้ เพราะว่าไม่ต้องการตำแหน่งแห่งหน ไม่ต้องการบารมีในพรรคอีก
แต่คนที่อยู่ปัจจุบัน กลางเก่า กลางใหม่ บริหารพรรคอยู่ขณะนี้ มีผลประโยชน์ในแง่ว่ามีทั้งตำแหน่งและโอกาสที่จะต้องใช้ความเป็นพรรคและตัวเองให้ได้ประโยชน์สูงสุด
ฉะนั้น จะขยับเขยื้อนตัวเองยกเครื่องพรรคนั้นค่อนข้างจะยาก พรรคเพื่อไทยก็มีปัญหาของพรรค ถ้าไม่มีคุณทักษิณ ชินวัตร พรรคเพื่อไทยจะเป็นอะไรไม่มีใครสามารถตอบได้ เพราะว่ามีเจ้าของพรรคที่ชัดเจน
ผมถึงมองว่า จากนี้ไปจนถึง ค.ศ.2020 ซึ่งเป็นปีที่ทุกคนมองว่าเป็นเส้นแบ่งระหว่างปัจจุบันกับอนาคตข้างหน้า
ผมมองไม่เห็นครับว่า เมืองไทยจะมีพรรคการเมืองที่ประชาชนจะพึ่งพาได้อย่างจริงๆ มีนโยบายชัดเจนให้ประชาชนเลือกได้ว่าจะเอานี้ หรือเอานั่น เอาแนวทางไหนหรือไม่เอาแนวทางไหน หรือว่าเป็นที่พึ่งพาเป็นตัวแทนผลประโยชน์ของประชาชนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่ชัดเจนออกมา ไม่เห็นครับ
ถ้าหากจะบอกว่าประเทศไทยมีพรรคใหญ่ 2 พรรคนี่พอแล้วหรือยัง เป็นทางเลือกหรือยัง .. ยังครับ นอกจาก 2 พรรคใหญ่ พรรคเล็ก พรรคน้อยที่มีอยู่ในปัจจุบันก็ขึ้นอยู่กับตัวผู้นำ ตัวบุคคลเป็นหลัก ไม่ได้อยู่ที่นโยบายของพรรค ไม่ใช่ทางเลือกของประชาชนแต่อย่างใด
ผมเชื่อครับว่า ประเทศไทยยังต้องการพรรคที่ 3 คือพรรคที่จะต้องรวมตัวกันเป็นสัญลักษณ์ของการตอบแทนหรือเป็นตัวแทนผลประโยชน์ของประชาชนอย่างจริงจัง มีนโยบายที่เป็นทางเลือกอย่างชัดเจน เพื่อว่าจะได้เป็นนักการเมืองในความหมายของการเป็นพรรคการเมืองที่แท้จริง มิใช่เป็นเพียงการรวมตัวของนักธุรกิจ นักการเมืองเพื่อชนะเลือกตั้งคราวหน้าเท่านั้น
ถึงวันนี้ผมยังมองไม่เห็นครับว่าพรรคการเมืองในอุดมคติ หรือที่ควรจะมีหลัง ค.ศ.2020 หรืออีก 7 ปีข้างหน้าได้อย่างไรครับ





