"ปุระชัย"จวกรัฐบาลใช้เงินเกินตัวแนวโน้มประเทศล่มจม เสนอให้ครม.รับผิดชอบหนี้ทั้งหมด "จุฤทธิ์"ป่วนช่วงดึก อภิปรายพาดพิง"ทักษิณ"พท.ฮือประท้วง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมสภาเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 2.2 ล้านล้านบาท ช่วงดึกวันที่ 28 มี.ค.นั้น ร.ต.อ.ปุรชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครักษ์สันติ ได้อภิปรายว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องลงทุนพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานโดยใช้เงินมหาศาลในเวลานี้หรือไม่โดยเฉพาะในภาวะผันผวนของเศรษฐกิจโลก ขอย้ำว่า ประเทศที่ลงทุนเกินตัวนั้นแนวโน้มนำความทุกข์ยากมาสู่ประชาชนโดยรวมทั้งระยะกลางและระยะยาว ประเทศไทยเจอวิกฤติต้มยำกุ้งในปี 2540 ยังทิ้งหนี้สาธารณะไว้ให้จนถึงขณะนี้ถึง 1.4 ล้านล้านบาท หากกู้อีกทำให้เพิ่มภาระการเป็นหนี้ไปถึง 75 ปีเป็นภาระยาวนานของประเทศ
ร.ต.อ.ปุระชัยกล่าวว่า ซึ่งการใช้เงินเกินตัวได้ทำให้ประเทศเอกราชกลายเป็นประเทศที่ตกอยู่ใต้อาณัติของประเทศเจ้าของเงินกู้อย่างไม่รู้จบ เช่น ประเทศกรีซ ประเทศไซปรัส แทบจะไม่เงินใช้ ประชาชนต้องอดมื้อกินมื้อ เป็นตัวอย่างที่ดี และการกู้เงินมหาศาลทำให้ฝูงเหลือบมองอย่างเมามัน ระบบการตรวจสอบการทุจริตของเราก็ยังไร้ประสิทธิภาพ อย่ามองถึงรถไฟความเร็วสูง เพราะแม้แต่การจัดซื้อเครื่องจีที 200 มูลค่า 3 พันล้านบาท ยังจับคนผิดไม่ได้ ทั้งๆที่มีราคาเครื่องละ 1.5 ล้านบาท ประเทศไทยไม่ควรก้าวกระโดดและใช้เงินเกินตัว การผ่านร่างนี้และอนุมัติแบบราชการโดยใช้ให้หมดภายใน 7 ปี เป็นนำแนวคิดแบบธุรกิจมาใช้กับราชการไม่ได้ เป็นการคิดแบบผิดฝาผิดตัว การพัฒนาประเทศเปรียบเสมือนเล่นเปียโนต้องใช้สิบนิ้วประสานกัน
"ผมไม่ขัดขวางการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ควรทำทดลองบางเส้นทางก่อน อย่างเร่งร้อน อย่างสร้างหนี้สินให้ลูกหลาน หากรัฐบาลนี้ดื้อดึงจะทำให้ได้ ขอให้มีกำหนดใน พ.ร.บ.นี้ว่าให้ ครม.ชุดนี้รับผิดชอบหนี้สินที่สร้างขึ้นมาทั้งหมด"ร.ต.อ.ปุระชัย กล่าว
ขณะที่นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ที่มาของพ.ร.บ.ฉบับนี้ไม่ชอบ เนื่องจากคนเคยโกงที่อยู่นอกราชอาณาจักร วันดีคืนดีสไกป์มาสั่งว่า ถ้ากฎหมายนี้ไม่ผ่าน ส.ส.จะถูกตัดเงินเดือนและจะไม่ให้ลงสมัครส.ส.ในสมัยหน้า ซึ่งไม่ใช่พรรคของตนแน่นอนและถ้า พ.ร.บ.ฉบับนี้ผ่านสภาไปได้ แสดงว่า คนที่อยู่นอกราชอาณาจักร คนเคยโกงก็สั่งสภาได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อนายจุฤทธิ์พูดตรงนี้ ทำให้ส.ส.พรรคเพื่อไทย อาทิ นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลุกขึ้นมาประท้วงว่า ถ้าอยากดัง อย่ามาดังด้วยวิธีนี้ให้ไปดังด้วยวิธีอื่น และอย่ามาดูถูกเพื่อนส.ส.ด้วยกัน แต่นายจุฤทธิ์ก็ยังอภิปรายย้ำเรื่องเดิม ทำให้ส.ส.พรรคเพื่อไทยลุกขึ้นประท้วง ก่อนที่เหตุการณ์จะวุ่นวาย นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมได้กล่าวขอร้องว่า บรรยากาศเป็นด้วยดีตลอดทั้งวัน ขอร้องให้พูดอยู่ในประเด็นอย่าไปพาดพิงบุคคลภายนอก
ขณะที่บรรยากาศในช่วงดึกวันที่ 28 มี.ค.จนถึงเวลา24.00น.วันที่ 29 มี.ค.นั้น ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลนั้นอภิปรายสนับสนุนโครงการนี้ ส่วนส.ส.ฝ่ายค้านอภิปรายคัดค้านความไม่โปร่งใสของโครงการ ท่ามกลางการประท้วงของจ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทยเป็นระยะ





