วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เปิดวงถกบีอาร์เอ็นย้ำลดรุนแรง

เลขาฯสมช.นำทีม เปิดวงถกบีอาร์เอ็นย้ำลดรุนแรง ภาคสังคมเชื่อทำใต้สงบ

เลขาธิการ สมช.นำทีม 9 คนเปิดฉากพูดคุยสันติภาพกับกลุ่มบีอาร์เอ็นอย่างเป็นทางการครั้งแรกที่เคแอล เผยมีตัวแทนพูโลร่วมวง ยื่นเงื่อนไขลดเหตุรุนแรง-สร้างความเชื่อมั่นระหว่างกัน เตรียมออกแถลงการณ์หลังหารือ มึนข่าวกลุ่มป่วนใต้ชง 9 ข้อเรียกร้อง ยันไม่เคยมีข้อมูล ด้านตัวแทนภาคประชาชน-นักวิชาการชายแดนใต้มั่นใจนับหนึ่งสันติภาพ

การพูดคุยสันติภาพดับไฟใต้ระหว่างผู้แทนรัฐบาลไทยนำโดย พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กับกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐ นำโดย นายฮัสซัน ตอยิบ ที่อ้างว่าเป็นแกนนำขบวนการบีอาร์เอ็น ได้เริ่มขึ้นเวลาประมาณ 10.00 น.ตามเวลาท้องถิ่นที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

ทั้งนี้ สถานที่จัดประชุมเพื่อพูดคุยกันของทั้งสองฝ่าย คือโรงเรียนตำรวจของมาเลเซีย ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ เมืองหลวงของประเทศ

เปิดตัวคณะพูดคุยฝ่ายรัฐบาลไทย 9 คน

สำหรับคณะพูดคุยของแต่ละฝ่ายที่กำหนดเอาไว้ฝ่ายละไม่เกิน 15 คนนั้น ปรากฏว่าฝ่ายไทยเดินทางไป 9 คน ขณะที่กลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐยังไม่ทราบจำนวนที่แน่นอน แต่มีการส่งชื่อเบื้องต้นว่าจะร่วมพูดคุย 5 คน

คณะพูดคุยของฝ่ายไทย ประกอบด้วย พล.ท.ภราดร พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก รองปลัดกระทรวงกลาโหม พล.ต.ท.สฤษฎ์ชัย เอนกเวียง ผู้บัญชาการตำรวจสันติภาพ ซึ่งทั้ง 4 คนเป็นคณะทำงานหลัก และได้ร่วมพูดคุยในวันลงนามในข้อตกลงริเริ่มกระบวนการพูดคุยสันติภาพเมื่อวันที่ 28 ก.พ.2556

นอกจากนั้นยังมี พล.อ.สำเร็จ ศรีหร่าย อดีตรองแม่ทัพภาคที่ 4 ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.ต.นักรบ บุญบัวทอง รองผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 5 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (รอง ผอ.ศปป.5 กอ.รมน.) นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส นายอาศิส เบ็ญหาวัน ประธานสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (สปต.) และ นายศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี (ม.อ.ปัตตานี)

สำหรับบุคคลอื่นที่มีชื่ออยู่ในคณะพูดคุยตามที่เป็นข่าว ไม่ได้เดินทางมา โดยคณะพูดคุยทั้งหมดเดินทางถึงประเทศมาเลเซียในช่วงเย็นและค่ำของวันพุธที่ 27 มี.ค. และเข้าพักที่โรงแรมเจดับบลิว แมริออต ในกรุงกัวลาลัมเปอร์

ส่วนกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐ มีรายงานว่าเดินทางมามากกว่า 5 คน แต่จะเข้าร่วมวงพูดคุยอย่างเป็นทางการเพียง 5 คน คือ นายฮัสซัน ตอยิบ ในฐานะแกนนำขบวนการบีอาร์เอ็น ที่เหลือเป็นผู้แทนจากขบวนการบีอาร์เอ็น โคออร์ดิเนต บีอาร์เอ็น คองเกรส และองค์การพูโล

เตรียมย้ำเงื่อนไขลดความรุนแรง

พล.ท.ภราดร กล่าวหลังเดินทางถึงกรุงกัวลาลัมเปอร์เมื่อค่ำวันที่ 27 มี.ค.ว่า เรื่องจำนวนคนในคณะพูดคุยไม่ได้ถือว่าน้อย เพราะกำหนดไว้ฝ่ายละไม่เกิน 15 คน ทั้งนี้จะรอดูว่าฝ่ายผู้เห็นต่างจากรัฐจะเข้าร่วมโต๊ะพูดคุยกี่คน ทางฝ่ายผู้แทนรัฐบาลไทยก็จะจัดผู้ร่วมพูดคุยในจำนวนที่เท่ากัน ส่วนที่เหลือก็จะเป็นฝ่ายสนับสนุนข้อมูล

สำหรับความคาดหวังของการพูดคุยอย่างเป็นทางการครั้งแรก ก็คาดหวังว่าเมื่อประเด็นถูกยกขึ้นมาอยู่บนโต๊ะ ก็ต้องมีความก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรม ประเด็นหลักๆ ที่จะพูดคุยกันก็คือการลดเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และสร้างความเชื่อมั่นเชื่อใจระหว่างกัน คาดว่าเมื่อการพูดคุยดำเนินต่อเนื่องไป สถานการณ์ในภาพรวมจะดีขึ้น

ปัดข่าวบีอาร์เอ็นยื่น 9 ข้อเรียกร้อง

ส่วนกรณีที่ยังมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนใต้อย่างต่อเนื่องนั้น พล.ท.ภราดร กล่าวว่า เป็นเรื่องธรรมดาระหว่างการดำเนินกระบวนการสันติภาพ เพราะเหตุรุนแรงในพื้นที่มีทั้งที่เกิดจากบีอาร์เอ็นและกลุ่มอื่นที่สร้างสถานการณ์

ต่อข้อถามถึงข่าวข้อเรียกร้อง 9 ข้อของทางฝ่ายบีอาร์เอ็นนั้น พล.ท.ภราดร กล่าวว่า เป็นแค่กระแสข่าวที่ออกมา ซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดาของกระบวนการพูดคุยสันติภาพ ฝ่ายต่างๆ ก็จะพยายามปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร แต่ยืนยันว่าในฐานะหัวหน้าคณะพูดคุย ยังไม่เคยได้รับข้อมูลเกี่ยวกับข้อเรียกร้องทั้ง 9 ข้อเลย

เตรียมทำแถลงการณ์ 3 ภาษา

พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก รองปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า รูปแบบของการพูดคุย คือ ดาโต๊ะ ซัมซามีน อดีตผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองของมาเลเซีย ที่ได้รับมอบหมายจากทางการมาเลเซียให้ทำหน้าที่ผู้อำนวยความสะดวกในการพูดคุย (facilitator) จะนั่งตรงกลาง ส่วนอีก 2 ฝั่งก็จะเป็นผู้แทนรัฐบาลไทย กับผู้แทนกลุ่มเห็นต่างจากรัฐ

"ต้องเข้าใจบทบาทของ facilitator ว่าแตกต่างกับแชร์แมน คือประเด็นต่างๆ ไม่ว่าทั้งสองฝ่ายจะตกลงกันได้หรือไม่ได้ facilitator จะไม่มีสิทธิชี้นำ เพราะถือเป็นเรื่องทวิภาคี"

พล.อ.นิพัทธ์ กล่าวต่อว่า ภายหลังการพูดคุยอย่างเป็นทางการครั้งแรก จะมีแถลงการณ์ หรือ สเตทเมนท์ ออกมา โดยจะตีพิมพ์เป็น 3 ภาษา คือ ไทย มลายู และภาษาอังกฤษ เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกัน สำหรับประเด็นหลักที่จะพูดคุย คือทำอย่างไรที่จะลดความรุนแรงในพื้นที่ลงให้ได้ ซึ่งจะคุยทั้งในแง่วิธีการและเป้าหมาย

ขณะที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า จะพยายามให้ผู้อำนวยความสะดวกในการพูดคุย คือ ดาโต๊ะ ซัมซามีน แถลงข่าวร่วมกับเลขาธิการ สมช.ภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการพูดคุย

"อาศิส" มั่นใจนับหนึ่งสันติภาพ

ด้าน นายอาศิส เบ็ญหาวัน ประธาน สปต. ที่ได้รับเชิญเข้าร่วมคณะพูดคุยสันติภาพในฐานะตัวแทนภาคประชาชนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวว่า กระบวนการพูดคุยสันติภาพที่กำลังเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ ถือเป็นแนวทางที่ถูกต้อง โดยเฉพาะการนำคู่ขัดแย้งมาพูดคุยอย่างเปิดเผยต่อสาธารณชน มั่นใจว่าในที่สุดจะสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้

"ที่ผ่านมาคุยกันทางลับมานานแล้วแต่ก็ไม่มีความคืบหน้า การเปิดกระบวนการให้เห็นกันแบบนี้ถือเป็นเรื่องดี เพราะสังคมจะได้ช่วยกันตรวจสอบ ประชาชนจะได้รับทราบข้อมูลข่าวสาร"

นายอาศิส กล่าวอีกว่า เหตุรุนแรงที่ยังเกิดขึ้นอยู่ในพื้นที่ชายแดนใต้ เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการสันติภาพ ซึ่งเป็นเหมือนกันทั่วโลก แต่เท่าที่ติดตามดูก็เห็นว่าเหตุรุนแรงในรอบเดือน มี.ค.ช่วงรอเริ่มกระบวนการพูดคุยสันติภาพก็ลดลงค่อนข้างมาก

นักวิชาการแนะฝ่ายการเมืองประสานมือ

ขณะที่ นายศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี อาจารย์จากคณะรัฐศาสตร์ ม.อ.ปัตตานี ในฐานะตัวแทนนักวิชาการในพื้นที่ชายแดนใต้ กล่าวในทำนองเดียวกันว่า เหตรุนแรงขนาดใหญ่ในพื้นที่เกิดขึ้นน้อยลง โดยเฉพาะเหตุรุนแรงในลักษณะหลายสิบจุดพร้อมๆ กัน แต่ระยะหลังกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงเน้นการก่อวินาศกรรมในเขตเมือง เข้าใจว่าเป็นยุทธวิธีที่สามารถทำได้ง่ายและส่งผลทางจิตวิทยาสูง หลังจากนี้อยากเสนอให้มีการตั้งผู้แทนของทั้งสองฝ่าย (รัฐบาลไทย และกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐ) ตรวจสอบเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ว่าเกิดจากสาเหตุใดแน่ เพื่อความชัดเจนต่อกระบวนการสันติภาพที่กำลังดำเนินการอยู่

นายศรีสมภพ กล่าวด้วยว่า อยากเสนอให้คณะพูดคุยที่เป็นตัวแทนรัฐบาลทำความเข้าใจกับสังคมว่า กระบวนการที่กำลังทำอยู่นี้ดำเนินการต่อเนื่องมาหลายรัฐบาลแล้ว จึงเป็นความก้าวหน้าและผลงานของรัฐบาลทุกชุด รวมทั้งรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ด้วย ส่วนตัวอยากเห็นความร่วมมือกันของทุกๆ ฝ่าย โดยเฉพาะฝ่ายการเมือง