"ทูตวีระชัย"เผยไทยพร้อมสู้คดีพระวิหาร4ประเด็น ลั่นมั่นใจข้อมูลหลักฐานฝ่ายไทยแน่น ระบุคณะสู้คดีได้ทำดีที่สุดแล้ว
นายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเฮก ในฐานะตัวแทนคณะดำเนินการต่อสู้คดีปราสาทพระวิหารฝ่ายไทยแถลงถึงการจะเดินทางไปให้การทางวาจาต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ศาลโลก) ในคดีที่กัมพูชายื่นขอตีความคำตัดสินปี 2505 ระหว่างวันที่ 15 - 19 เม.ย. นี้ ว่า การชี้แจงทางวาจาที่จะมีขึ้น จะอยู่ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์แนวทางการต่อสู้คดี ใน 4 แนวทางหลัก ได้แก่ 1.ไทยยืนยันว่าคำขอของกัมพูชาไม่ใช่คำขอตีความแต่เป็นคำฟ้องคดีใหม่ ซึ่งเป็นผลมาจากการที่กัมพูชาขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกฝ่ายเดียว
ดังนั้นศาลโลกจึงไม่มีอำนาจตีความ ซึ่งอย่างไรก็ตามไทยยังต้องเดินทางไปชี้แจงต่อศาลโลก เพื่อไม่ให้ศาลโลกฟังความจากกัมพูชาฝ่ายเดียว 2.ไทยและกัมพูชาไม่เคยมีข้อขัดแย้งเรื่อง "พื้นที่ใกล้เคียง"(vicinity) บริเวณรอบปราสาทพระวิหาร ดังนั้นศาลโลกจึงไม่ต้องตีความ 3. ไทยเห็นว่าคำขอของกัมพูชาเป็นเรื่องเดิมที่ศาลเคยปฏิเสธมาแล้ว ซึ่งเป็นเหมือนการซ่อนอุทธรณ์มาในรูปของการขอตีความ ศาลจึงไม่น่าจะรับฟังได้ 4.ไทยเห็นว่าพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อน 4.6 ตร.กม. ไม่มีความเชื่อมโยงกับคดีปราสาทพระวิหาร เพราะเป็นเรื่องที่เกิดใหม่ ภายหลังจากการขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกฝ่ายเดียวของกัมพูชา จึงเห็นว่าการดำเนินการสามารถแก้ไขได้ตามกรอบของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (เจบีซี) ไทย - กัมพูชา ภายใต้บันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ระหว่างไทย - กัมพูชาว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกปีพ.ศ. 2543 ส่วนจะมีการปรับเปลี่ยนการชี้แจงทางวาจาให้ทันต่อสิ่งที่กัมพูชาชี้แจงต่อศาลโลก ก็สามารถทำได้ภายใต้กรอบแนวทางดังกล่าว
นายวีรชัย เชื่อมั่นว่า คณะสู้คดีทำดีที่สุด และละเอียดที่สุดเท่าที่จะคิดทำได้ รวมถึงยังเชื่อมั่นในความโปร่งใส อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ จะเป็นเรื่องที่ประชาชนจะเป็นผู้พิจารณา ซึ่งเชื่อมั่นว่าประชาชนมีวิจารณญาณเพียงพอ เพียงแต่ขอให้ทุกคนฟัง และอ่านก่อนตัดสินใจ และขออย่าบอกว่าไม่สู้
ส่วนกรณีความเข้าใจผิดที่ว่าไทยกับกัมพูชาใช้แผนที่คนละฉบับกันนั้น นายวีรชัย ยืนยันว่า ปัญหาเกิดจากกัมพูชาใช้แผนที่ 1 ต่อ 200,000 แต่ไทยใช้อนุสัญญาสยาม-ฝรั่งเศส ปีค.ศ. 1904 และสนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศส ค.ศ. 1907 โดยแผนที่ถือเป็นเครื่องมือแปรเป็นรูปภาพให้เห็นเป็นเส้นเขตแดน ส่วนการดำเนินการตามมาตรการชั่วคราวที่ศาลมีมาตรการชั่วคราวให้ทั้งสองฝ่ายถอนทหารออกจากพื้นที่เขตปลอดทหาร ทางฝ่ายไทยได้มีการรายงานต่อไปแล้วเป็นระยะ โดยที่ผ่านมาศาลโลกได้มีการขอไม่ให้มีการเปิดเผยรายละเอียด แต่จะสามารถมีการเปิดเผยรายละเอียด ซึ่งเป็นคำแปลภาษาไทยได้ในวันที่ 15 เม.ย. นี้





