วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

พท.โต้ฝ่ายค้านกู้2ล้านล้าน มีรายละเอียด

รองโฆษกฯรัฐบาล โต้ฝ่ายค้านเงินกู้ 2 ล้านล้านมีรายละเอียด แจงเพื่อไทยบริหารประเทศ กล้าคิดนอกกรอบ ตรวจสอบได้

ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัตร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวตอบโต้พรรคร่วมฝ่ายค้านที่ออกมาโจมตี การออกพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท เป็นโครงการที่ไม่มีรายละเอียดชัดเจน และไม่มีการกำหนดเส้นทางที่จะสร้างถนน และอาจเป็นช่องทางให้ส.ส.ในพื้นที่วิ่งเต้นเพื่อสร้างถนนสายรองให้พื้นที่ของตนเอง รวมถึงโครงการกู้เงินนี้จะปิดช่องว่าง ไม่ให้ประเทศไทยกู้เงินได้อีกถึง 50 ปี ว่า ข้อเท็จจริงโครงการนี้มีรายละเอียดครบถ้วนจัดทำเป็นเอกสารได้ 268 หน้า ซึ่งจะมีทั้งรายละเอียดโครงการ วัตถุประสงค์ แผนที่ประกอบแนบท้าย และจะเสร็จสิ้นก่อนที่สภาจะพิจารณาวาระ 1

ส่วนที่มีการโจมตีว่ามีการเปลี่ยนแปลงเส้นทางคมนาคมนั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริงเพราะเส้นทางสายหลัก ได้มีการกำหนดไว้แล้ว อาทิ เส้นทางรถไฟความเร็วสูง กทม.-เชียงใหม่ , กทม.-หนองคาย , และกทม.-หัวหิน- ปาดังเบซา และที่มีความกังวลว่าจะมีการวิ่งเต้นเพื่อทำถนนสายรองนั้น ก็ไม่เป็นความจริงเช่นกัน เพราะยุทธศาสตร์ของโครการนี้จะทำเฉพาะ เส้นทางสายหลัก ส่วนสายรองจะใช้งบประมาณประจำปี

ร.ท.หญิง สุณิสา กล่าวว่า ที่มีการกล่าวหาว่าจะไม่สามารถกู้เงินได้อีก 50 ปี ในระยะเวลาการชำระเงินกู้นั้น ก็ไม่เป็นความจริง เพราะจากการคำนวณแล้ว วงเงินดังกล่าวเป็นเพียง 50% ของจีดีพี ในการดำเนินโครงการรัฐบาลจะควบคุม ให้มีการยืดหยุ่นทางการคลังไม่เกินร้อยละ 50 ของจีดีพี ดังนั้นยังเหลือช่องว่าง หากมีความจำเป็นที่จะกู้เงินอีก และการกู้เงินครั้งนี้จะไม่ใช่การกู้ครั้งเดียวแต่จะทยอยกู้ในระยะเวลา 7 ปี และเมื่อเฉลี่ยแล้ว จะกู้ปีละ 3 แสนล้านบาท ซึ่งไม่แตกต่างจากรัฐบาลก่อนๆ ทั้งนี้ยืนยันว่าการคำนวณดังกล่าว ได้คำนวณภายใต้กรอบในการมองสถานการณ์ที่แย่ที่สุด และยังไม่ได้รวมการจ้างงานกว่า 5 แสนอัตรา ที่จะเกิดจากโครงการ และการลดการนำเข้าน้ำมันจากโครงการนี้ด้วย

รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ที่มีการโจมตีว่า พ.ร.บ.ดังกล่าวขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 169 และ มาตรา 170 นั้น ยืนยันว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญ เพราะคณะกรรมการกฤษฎีกาเคยตีความ ในโครงการไทยเข้มแข็งสมัยรัฐบาลที่แล้วว่า เงินกู้ยังไม่เกี่ยวกับงบประมาณของแผ่นดิน ส่วนที่ฝ่ายค้านอ้างว่าจะใช้โครงการนี้บังหน้าแล้วยุบสภาแล้วเข้ามาบริหารประเทศต่อ ในการหาเสียงนั้นก็ไม่เป็นความจริง เพราะรัฐบาลมีความบริสุทธ์ใจในการทำโครงการ เพื่อให้ต่อเนื่องโดยเอางานเป็นหลัก และสามารถตรวจสอบได้ง่ายกว่าพ.ร.ก.เงินกู้ไทยเข้มแข็ง ซึ่งเราได้นำมาเป็นบทเรียน และจะต้องมีการรายงานความคืบหน้าของโครงการทุกสิ้นปีงบประมาณ