"อังคณา นีละไพจิตร"เผยถูกทาบร่วมทีมร่วมเจรจาตัวแทนกลุ่มบีอาร์เอ็นสร้างสันติภาพในพื้นที่ชายแดนใต้วันที่28มี.ค.นี้
นางอังคณา นีละไพจิตร ประธานคณะทำงานยุติธรรมเพื่อสันติภาพในภาคใต้ เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมาได้รับการทาบทามจากผู้เกี่ยวข้องให้ร่วมเป็น 1 ใน 15 คณะกรรมการ หรือคณะทำงานที่เข้าร่วมพูดคุยกับตัวแทนกลุ่มบีอาร์เอ็น เพื่อนำไปสู่กระบวนการร่วมสร้างสันติภาพในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในวันที่ 28 มี.ค.นี้ ซึ่งหากมีมติให้ความไว้วางใจเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการอันสำคัญครั้งนี้ ก็พร้อมทำหน้าที่ในฐานะผู้ที่มุ่งหวังเห็นแสงสว่างของสันติสุขกลับคืนสู่พื้นที่ชายแดนภาคใต้อย่างเต็มความสามารถ
"ส่วนตัวเชื่อว่าประเด็นหลักและสาระสำคัญของการพูดคุยในวันที่28 มีนาคม นี้จะเป็นเรื่องของการลดสถิติความรุนแรง รวมถึงการหยุดความรุนแรงกับกลุ่มเป้าหมายอ่อนแอ และหยุดระเบิดรุนแรงขนาดใหญ่ในเขตเมือง ซึ่งหลังจากการพูดคุยแล้วคงจะได้เห็นทิศทางและแนวโน้มรวมถึงปริมาณของสถานการณ์ในพื้นที่เด่นชัดขึ้นว่าการพูดคุยมีผลขนาดไหนและจะเป็นในไปในทิศทางใด ซึ่งจะมีผลต่อการกำหนดกรอบแนวทางการพูดคุยในรอบต่อไปด้วย" นางอังคณากล่าว
นางอังคณา กล่าวว่า ในการหารืออยากเห็นทั้งสองฝ่ายพูดคุยในประเด็นของเรื่องกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะความอยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่านนั้นเป็นสิ่งสำคัญไม่ว่าจะเป็นการขออภัยโทษให้กับอดีตผู้ต้องหาในอดีต หรือการนิรโทษกรรมผู้ที่ถูกออกหมายจับในคดีความไม่สงบ จำเป็นต้องเป็นไปอย่างรอบคอบเพราะนอกจากต้องการเห็นกระบวนการยุติธรรมเกิดขึ้นในพื้นที่แห่งนี้ แล้วยังจำเป็นต้องมองในเรื่องของความเป็นธรรมกับครอบครัวเหยื่อหรือครอบครัวผู้ถูกกระทำด้วย โดยเฉพาะผู้ได้รับผลกระทบที่เป็นเด็กและสตรี ซึ่งบางรายวันนี้ชีวิตดำเนินไปด้วยความยากลำบาก ดังนั้นมิติของสถานการณ์ในพื้นที่จำเป็นต้องมองกันรอบด้านทั้งสองฝ่าย ไม่ว่าจะเป็น สมช.หรือบีอาร์เอ็น ก็ตาม
นางอังคณา กล่าวต่อว่า สิ่งหนึ่งที่อยากให้ทั้ง สมช.และ บีอาร์เอ็น พูดคุยกันมากที่สุดในรอบนี้ หรือรอบต่อไปคือ เรื่องความเป็นธรรม ,เศรษฐกิจปากท้อง ,ความมั่นคงในชีวิตและทรัพย์สินในกลุ่มเป้าหมายอ่อนแอ ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือคุณภาพชีวิตที่ทุกคนสะท้อนให้กับการทำงานเก็บข้อมูลในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ร่วม200เวทีของคณะทำงานยุติธรรมเพื่อสันติภาพในภาคใต้ ในช่วงที่ผ่านมา
"ทุกคนล้วนคาดหวังให้ชายแดนภาคใต้เกิดความสงบสุขกับกระบวนการพูดคุยระหว่าง สมช.กับบีอาร์เอ็นในครั้งนี้ ดังนั้นต้องไม่ลืมว่านอกจากประเด็นเรื่องของการกระจายอำนาจการปรกครองในรูปแบบเฉพาะซึ่งสอดรับกับอัตลักษณ์และวัฒนธรรมชายแดนภาคใต้ตามที่เป็นข่าวมาหลายวันตลอดช่วงที่ผ่านมา อยากให้พูดถึงเรื่องความยุติธรรม ปัญหาปากท้องเพื่อทำให้คุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่แห่งนี้บ้างว่าทั้งสองฝ่ายมีแผนหรือยุทธศาสตร์พื้นฐานการพัฒนาร่วมกันอย่างไร"นางอังคณา กล่าว





