"ชวนนท์"ชี้ปมยิ่งลักษณ์ถูก ทักษิณ บีบ เตรียมส่ง เยาวภา รอนั่งเก้าอี้นายกฯต่อ ลุยกม.นิรโทษกรรม
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า มีความเป็นห่วงนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีกำลังถูกบีบ และมีความจำเป็นต้องให้ความร่วมมือคนเสื้อแดง และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รวมถึงบุคคลต่าง ๆ ที่ทำผิดคดีอาญา ทุจริต และทำผิดกฎหมายอาญามาตรา 112 โดยมีความเป็นไปได้ว่า อาจถูก พ.ต.ท.ทักษิณ เร่งรัดให้ผลักดันกระบวนการเหล่านี้ไม่เช่นนั้น อาจถูกปลดพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี มีสมมติฐานสามประการ คือ
1.ข่าวเรื่อง ป.ป.ช.จะมีการพิจารณาเรื่องการซุกหนี้ของนางสาวยิ่งลักษณ์ ไม่ได้ออกจากฝ่ายค้าน หรือสื่อที่อยู่ตรงข้ามกับรัฐบาล แต่ถูกปล่อยจากคนในฝั่งรัฐบาลและสื่อที่ใกล้ชิดรัฐบาล เป็นการสั่นคลอนตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 2. การลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเปิดทางให้ เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหายใจรดต้นคอ นางสาวยิ่งลักษณ์ เพื่อกดดันให้เดินหน้าตามที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องการ
3. ผลสำรวจของสำนักวิจัยที่ใกล้ชิดรัฐบาลระบุว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ เป็นต้นตอของความขัดแย้ง ซึ่งไม่เคยมีผลสำรวจเช่นนี้มาก่อน และต่อมาผลสำรวจในวันนี้ก็ระบุว่าประชาชนเชื่อว่า นางสาวยิ่งลักษณ์จะพ้นตำแหน่งจากการซุกหนี้ จึงคิดว่าน่าจะเป็นความพยายามกดดันให้นางสาวยิ่งลักษณ์ปฏิบัติตามความต้องการของ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งนายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นแกนนำในการเสนอร่างกฎหมายนิรโทษกรรมเข้าสภาก็ระบุว่า
ทั้งนางสาวยิ่งลักษณ์และพ.ต.ท.ทักษิณ อนุมัตให้เดินหน้าเลื่อนวาระการพิจารณา พ.ร.บ.นิรโทษกรรมให้ทันสมัยประชุมนี้ จึงคิดว่าจะทำให้สถานการณ์บ้านเมืองวุ่นวาย ทั้งนี้อยากให้นางสาวยิ่งลักษณ์ ใช้ความกล้าต่อต้านความต้องการของ พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะจะทำให้เกิดความขัดแย้งรุนแรงจนอาจนำไปสู่การบาดเจ็บ ล้มตายอีกครั้ง จึงขอให้นางสาวยิ่งลักษณ์ ปกป้องบ้านเมืองมากกว่าผลประโยชน์ครอบครัวตัวเอง
นายชวนนท์ กล่าวอีกว่า ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราของรัฐบาลและกลุ่มส.ว. ว่า ทุกฝ่ายต้องคำนึงว่าการแก้ไขเพื่อผลประโยชน์ประชาชนและประเทศอย่างแท้จริงหรือไม่ ซึ่งจากการพิจาณณาหลักการและเหตุผลไม่สามารถตอบประชาชนได้ว่าประชาชนจะได้อะไร เพราะเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเพิ่มสิทธินักการเมืองตัดสิทธิประชาชน เช่น การให้ ส.ว.กลับมาเลือกตั้งได้อีกเมื่อครบวาระ เป็นการเพิ่มสิทธิให้ดำรงตำแหน่งสองสมัยอย่างชัดเจน และยังเพิ่มสิทธิส.ส.หากกระทำผิดไม่ต้องรับโทษจากการยุบพรรค หรือหลุดพ้นจากการทำผิดแม้ว่าจะเป็นกรรมการบริหารพรรค ซึ่งประชาชนไม่ได้ประโยชน์
แต่การตัดสิทธิประชาชนในมาตรา 68 จากการพิทักษ์รัฐธรรมนูญไม่ให้ร้องตรงไปยังศาลรัฐธรรมนูญแต่อให้ฟ้องผ่านอัยการสูงสุดแทน เท่ากับถ้าอัยการไม่ขยับประชาชนจะโดนตัดมือตัดเท้าไม่สามารถทำอะไรได้อีก เช่นเดียวกับมาตรา 190 ที่ไม่มีความจำเป็นต้องแก้นอกจากจะพยายามไปเจรจาสนธิสัญญาที่เกี่ยวกับอธิปไตยนอกอาณาเขต เช่น พื้นที่ทางทะเล หากเป็นไปตามเดิมต้องนำเข้าสู่สภาแต่เมื่อตัดคำว่าอธิปไตยนอกอาณาเขตไปแล้วจะทำให้การเจรจาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลไม่ต้องเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาใช่หรือไม่ ตนจึงอยากให้รัฐบาลทบทวนในเรื่องเหล่านี้





