ปชป.จัดประชุมใหญ่ปลุกลูกพรรคเร่งหาแฟนคลับเพิ่ม พร้อมตบรางวัลหากทำทะลุเป้า จี้ปฏิรูปโครงสร้างหากต้องการกลับมาเป็นรัฐบาล
ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ ถนนวิภาวดีรังสิต วานนี้ (23 มี.ค.) พรรคประชาธิปัตย์ได้จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปีเพื่อรับรองรายงานการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2556 รายงานงบดุลการเงินประจำปีของพรรค รวมถึงรายงานการดำเนินการตามนโยบายต่างๆ ของพรรค และร่วมพิจารณาแผนการใช้เงินงบประมาณในแผนงานของปี 2557 ตามแผนยุทธศาสตร์ 4 ปี โดยมี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค รองหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรค คณะผู้บริหารพรรค ส.ส. ส.ก. ส.ข. ประธานสาขาพรรค และสมาชิกพรรคร่วมประชุมกว่า 500 คน
นายจุติ ไกรฤกษ์ ส.ส.พิษณุโลก ในฐานะรองหัวหน้าพรรค เสนอต่อที่ประชุมพรรคว่า ขอให้สมาชิกพรรคได้ติดตามสถานีโทรทัศน์บลูสกายชาแนล เพื่อทำการพูดคุยกับประชาชน รวมทั้งขอให้สาขาพรรคเร่งทำการเพิ่มแฟนคลับของพรรคและเร่งจัดหาอีเมล์ของประชาชนเพื่อจะได้ใช้เผยแพร่ข่าวสารได้ง่ายมากขึ้น หากสาขาใดทำได้ตามเป้าหมายก็จะต้องมอบรางวัลให้ตามความเหมาะสม
ด้าน นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคดูแลภาคกลาง กล่าวตอนหนึ่งว่า อดีตที่ผ่านมาพรรคไม่ประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งตั้งแต่ปี 2535 และดูเหมือนว่าจะแพ้มากขึ้น ทั้งที่มีโครงสร้างประชาธิปไตย มีสาขาพรรคมากที่สุดถึง 197 สาขา จึงอยากเร่งให้ปรับเปลี่ยนโครงสร้างพรรคทั้งหมด โดยต้องมุ่งหวังชนะการเลือกตั้งให้กลับมาเป็นรัฐบาลเพื่อนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ
อย่างไรก็ดี ไม่มั่นใจว่าเลือกตั้งคราวหน้าจะชนะได้อย่างไร เพราะทุกปีเหมือนมีช่องว่างการบริหารของพรรคถึงสาขาพรรค ทั้งที่เป้าหมายที่ได้รับมอบหมายคือชนะการเลือกตั้ง โดยสิ่งที่สู้ไม่ได้ก็ต้องมาปฏิรูปตัวเอง ถ้าจะทำเหมือนกันทุกปีจะไม่มีทาง จึงต้องสร้างความสมานฉันท์และความเป็นเอกภาพทั้งสาขา ส.ส. สมาชิก เพราะพรรคต้องเดินหน้าไปพร้อมกันถึงจะสู้ได้ โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณที่ต้องมีความเห็นตรงกัน
สมาชิก ปชป.โวย"พิชัย"ทำพรรควุ่น
อย่างไรก็ตาม ในที่ประชุมมีสมาชิกได้แสดงความคิดเห็นกรณี นายพิชัย รัตตกุล อดีตหัวหน้าพรรค ออกมาตำหนิพรรคประชาธิปัตย์ผ่านสื่อมวลชนถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3 ที่มี ส.ส.ของพรรคขว้างเอกสารไปที่ประธานสภา ทั้งที่เป็นการแสดงอารยะขัดขืน แต่นายพิชัยกลับบอกว่าอับอาย และอยากให้พรรคประชาธิปัตย์ขอโทษประชาชน ทั้งที่ทุกคนรู้ดีว่าหากไม่มีพรรคประชาธิปัตย์ กฎหมายปรองดองก็ผ่านสภาไปแล้ว และล่าสุดในตอนที่มีเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ก็มาบอกว่า หากแพ้เลือกตั้งหัวหน้าพรรคก็ต้องลาออก จึงรู้สึกว่าสาเหตุที่พรรคประชาธิปัตย์วุ่นวายเพราะนายพิชัย
ด้าน นายอภิสิทธิ์ ชี้แจงกรณีนี้ว่า ตนกับนายพิชัยมีความผูกพันมาโดยตลอด ที่ผ่านมาตนเคยเป็นอาสาสมัครช่วยหาเสียงตั้งแต่ก่อนเข้ามหาวิทยาลัยและก็ถูกนายพิชัยด่าตามประสาลูกหลาน ซึ่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ทุกคนก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ไม่มีข้อยกเว้น อยากให้เข้าใจว่าพรรคเป็นประชาธิปไตย แต่การให้ข่าวสาธารณะอาจมีความคลาดเคลื่อน โดยทุกปีตนจะไปอวยพรวันเกิดนายพิชัยที่บ้าน และพาสมาชิกพรรคบางคนไปกราบนายพิชัย ยืนยันตนไม่ละเลยเรื่องการเข้าพบผู้ใหญ่ แต่เป็นธรรมดาเมื่อนายพิชัยพ้นจากหน้าที่ก็อาจไม่ได้รับทราบข้อมูลครบถ้วน อาทิ เรื่องที่เกิดขึ้นในสภาปีที่ผ่านมา
ส่ง"กัลยกรณ์"สู้ศึกเลือกซ่อม ส.ส.เชียงใหม่
ภายหลังการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรคประชาธิปัตย์เสร็จสิ้นแล้ว นายอภิสิทธิ์ ได้เรียกประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค เพื่อพิจารณาคัดเลือกผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อม ส.ส. เชียงใหม่ เขต 3 ที่ว่างลงหลังจาก นายเกษม นิมมลรัตน์ ส.ส.ในเขตนี้ลาออก
ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นชอบให้ นางกัลยกรณ์ เจียมกิจวัฒนา อดีตผู้สมัครของพรรค ลงสมัครชิงเก้าอี้ ส.ส.ในรอบนี้ เพราะมีคุณสมบัติเหมาะสม และเป็นผู้สมัครเก่าของพรรค อีกทั้งยังเป็นคนในพื้นที่ เป็นนักกิจกรรม และเป็นสื่อมวลชนที่เป็นที่รู้จัก พร้อมกันนี้ที่ประชุมยังมีมติให้ นายธนิตพล ไชยนันทน์ ส.ส.ตาก และกรรมการบริหารพรรค เป็นผู้อำนวยการการเลือกตั้งซ่อมด้วย





