วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผู้เสียชีวิตขุนยวม พบแล้ว42ราย

ผู้ว่าฯ เผยยอดผู้เสียชีวิต ค้นเจอศพแล้ว 42 ราย แต่คาดอาจมีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม หลายฝ่ายระดมกำลังช่วยเหลือ

นางนฤมล ปาลวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ตัวเลขผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์เพลิงไฟศูนย์อพยพบ้านแม่สุรินทร์ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน เมื่อช่วงเย็นวันที่ 23 มีนาคม ที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าหน้าที่พบศพมีจำนวน 42 คน ส่วนผู้บาดเจ็บมีประมาณ 100 คน ทั้งนี้ในส่วนผู้เสียชีวิตอาจมีจำนวนเพิ่มขึ้น เพราะขณะนี้เจ้าหน้าที่หลายฝ่ายกำลังระดมกำลังกันค้นหาศพผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม แต่การสื่อสารและการเดินทางเข้าถึงพื้นที่ศูนย์อพยพฯเป็นไปด้วยความยากลำบากเพราะอยู่ห่างไกลติดแนวชายแดนไทย-พม่า จึงไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ขณะเดียวกันระยะทางอยู่ห่างจากตัวอำเภอเมือง 80 กม.แต่ต้องใช้เวลาในการเดินทางถึง 2.30 ชั่วโมง เพราะเป็นเส้นทางขึ้นเขาคดเคี้ยวและต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อ หรือ โฟว์วีล เท่านั้น จึงเป็นอุปสรรคสำคัญในการติดต่อกับเจ้าหน้าที่พื้นที่ เบื้องต้นจึงใช้วิธีสื่อสารผ่านวิทยุของทหารเป็นหลัก

ส่วนการช่วยเหลือผู้ลี้ภัยที่ได้รับความเดือดร้อน เจ้าหน้าที่หลายฝ่ายได้ระดมกำลังและสิ่งของเข้าไปช่วยเหลือและตั้งจุดพักพิงชั่วคราวห่างจากจุดเกิดเหตุมาประมาณ 2 กม. จังหวัดได้ประสานไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรอบข้างพื้นที่ให้เร่งประกอบอาหารสดแจกจ่ายเจ้าหน้าที่และผู้ประสบภัยแล้ว ทั้งมื้อเช้าและกลางวันนี้ ขณะเดียวกันมูลนิธิสว่าง ยูเอ็นเอชซีอาร์ ก็ได้นำน้ำดื่ม เต็นท์ เข้าไปช่วยเหลือเพิ่มเติม โดยสิ่งของที่มีความจำเป็นและต้องการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในขณะนี้ คือ น้ำดื่ม เสื้อผ้า เต้นส์ เวชภัณฑ์ฯ

นอกจากนี้จังหวัดได้ส่งส่วนล่วงหน้าเข้าไปในพื้นที่ตั้งแต่ช่วงเช้า รวมทั้งได้จัดตั้งศูนย์ประสานงาน 3 แห่ง คือ ที่จังหวัด อำเภอขุนยวม และภายในพื้นที่เกิดเหตุเพื่อประสานงานและให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งค้นหาผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม รวมทั้งพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลผู้เสียชีวิต และสอบถามผู้ประสบภัยว่ามีญาติสูญหายไปหรือไม่ ขณะเดียวกันกองทัพภาคที่ 3 ได้ส่งเฮลิคอปเตอร์มาช่วยเหลือลำเลียงศพและผู้บาดเจ็บออกจากพื้นที่ในวันนี้จำนวน 1 ลำ แต่ยังมีอุปสรรคเรื่องสภาพอากาศที่ปกคลุมด้วยหมอกควันจึงต้องทดลองนำเฮลิคอปเตอร์บินเข้าในพื้นที่ก่อน ส่วนในวันพรุ่งนี้จะส่งมาเพิ่มอีก 1 ลำเพื่อช่วยลำเลียงสิ่งของไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยเพิ่มเติม

"ปกติศูนย์อพยพฯแห่งนี้ไม่เคยเกิดเหตุการณ์เพลิงไหม้เพราะตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำลำธาร นอกจากเคยเกิดปัญหาเรื่องน้ำป่าและดินโคล่นถล่มจึงมีการย้ายบ้านเรอนมาตั้งบริเวณที่ราบเชิงเขา เหตุการณ์ที่ทำใหเพลิงลุกลามอย่างรวดเร็วเพราะกระแสลมแรง เพลิงไหม้บ้านบางบล็อกเท่านั้นจึงมีผู้ลี้ภัยบางส่วนกลับเข้าไปอยู่ในบ้านเรือน หรือกลับเข้าไปเอาสิ่งของ เมื่อกระแสลมเปลี่ยนทิศทำให้เพลิงลุกลามมาติดบ้านเรือนในบล็อกอื่นจนมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก"นางนฤมล กล่าว