ส.ว.สรรหา อัด รัฐ แก้รธน. หวังขยายอำนาจยึดสภาทาส ทำลายกลไกตรวจสอบถ่วงดุลย์ องค์กรอิสระ ระบบศาล เผย มี ส.ส.-สว. เปลี่ยนใจถอนชื่อแล้ว
นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา กล่าวในรายการเจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์ ทางสถานีวิทยุ FM 97.0 MHz ถึงการยื่นแก้ไขรธน. ว่า เรามองว่าการแก้ไขรธน.ครั้งนี้ เป็นการต้องการของฝ่ายการเมือง ของรัฐบาล ที่ต้องการขยายอำนาจ ทำลายกลไกตรวจสอบถ่วงดุลย์ของรัฐสภา การแก้ไขที่มาของ ส.ว.ให้มาจากการเลือกตั้งจะกลับไปสู่ยุคปี 48-49 ทำให้องค์กรอิสระถูกควบคุมโดยส.ส.ซีกรัฐบาล เพราะส่วนใหญ่ต้องยึดโยงกับพรรคการเมือง และจะทำให้ส.ส.ที่เคยเข้าชื่อถอดถอนป.ป.ช.ทั้งคณะอีกครั้งและจะสำเร็จเพราะเสียงพอ และยังไปถอดถอนองค์กรอิสระ ทำลายระบบศาลทั้งหมด เพราะรัฐบาลควบคุมเสียงได้ทั้งหมด เป็นที่มาของสภาทาส กว่าจะแก้ปัญหาได้ก็ยุ่งยาก เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์
ส่วนที่มองว่าการแก้ไขที่มา ส.ว. เพราะหาก ส.ว.มาจากการแต่งตั้งก็เอื้อบางกลุ่มได้ และไม่มีความเป็นธรรมนั้น นายไพบูลย์ กล่าวว่า ถ้าแต่งตั้งโดยพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นธรรมใช่หรือไม่ ซึ่งการแต่งตั้งไม่ว่าจะเป็นครม. รมต. หรือพรรคการเมืองที่เลือกผู้แทนเป็นส.ส. ก็ทำด้วยคนๆ เดียว แต่ส.ว.อย่างน้อยมาจาก 7 องค์กรอิสระ และต้องใช้เสียงข้างมากของ 7 ท่าน แต่ระบบพรรคการเมืองใช้ระบบสไกป์โดยคนๆ เดียว
ส่วนการแก้ไข ม.68 นั้น นายไพบูลย์ กล่าวว่า ที่ถือเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์และขัดต่อหลักนิติธรรม เพราะเป็นการตัดสิทธิประชาชนในการยื่นตาวจสอบตาม ม.68 และ ม.75 ที่บัญญัติว่าการดำเนินการของรัฐจะต้องเป็นไปตามแนวนโยบายแห่งรัฐ ที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมตรวจสอบ อย่างไรก็ตาม ทราบว่า ขณะนี้มี ส.ส.และ ส.ว.หลายท่าน ได้ถอนชื่อออกจากการยื่นแก้ไข รธน.แล้ว เนื่องจากเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ และยังไปยึดโยงกับการจำนำข้าว การกู้เงิน 2 ล้านล้าน การนิรโทษกรรม โดยเฉพาะการแก้ไขรธน. ที่เป็นการชิงอำนาจรัฐ ดังนั้นกลไกตรวจสอบถ่วงดุลย์ต้องเข้มข้นเพื่อสกัดความเสียหาย





