"สดศรี" เห็นด้วยแก้รธน.เป็นรายมาตรา ชี้ม.237 ไม่ควรมี เหตุทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอ-เป็นปัญหาที่ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายจนถึงปัจจุบัน
นางสดศรี สัตยธรรม กกต.ด้านกิจการพรรคการเมือง กล่าวถึงกรณีที่ทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.) และสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) เตรียมที่จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา ว่า เท่าที่ทราบจะมี 3 มาตราที่จะมีการแก้ไข โดยเป็นเรื่องเกี่ยวกับตัวผู้ที่จะเป็นส.ส. ส.ว. โดยตรง และเรื่องที่เกี่ยวข้องกับศาลรัฐธรรมนูญในมาตรา 68 รวมถึงเรื่องของการยุบพรรคคือมาตรา 237 ซึ่งหากมีการแก้ไขมาตราเหล่านี้ก็ต้องมีการแก้กฎหมายลูกตามมาด้วย อย่างไรเรื่องของ ส.ว.ที่จะไม่ให้มีส.ว.มาจากการสรรหา ก็ต้องไปแก้ไขในพ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และการได้มาซึ่งส.ว. โดยเอา ส.ว.สรรหาออก และต้องไปเพิ่มจำนวน ส.ว.ที่มาจากการเลือกตั้ง
นางสดศรี กล่าวต่อว่า ในส่วนที่จะแก้มาตรา 237 สมัยที่ตนเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ก็เป็นเสียงข้างน้อย เพราะเห็นว่าการที่จะยุบพรรคจากกรณีที่หัวหน้าพรรคหรือกรรมการบริหารพรรคไปกระทำทุจริตการเลือกตั้ง น่าจะเป็นเรื่องความรับผิดของตัวบุคคลมากว่า แต่เสียงข้างมากก็เห็นว่า พรรคมีหน้าที่ต้องดูแลให้กรรมการบริหารพรรคปฏิบัติตนตามกรอบที่กำหนด หากมีการกระทำผิดพรรคก็ต้องรับผิดชอบ ซึ่งตนก็เห็นว่า แนวคิดนี้ที่นำมาสู่การให้มีการยุบพรรคได้ง่าย ทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอ และอาจกล่าวได้ว่า ปัญหาการยุบพรรคจากรณีดังกล่าวในช่วงที่ผ่านมาก่อให้เกิดความเสียหายในทางการเมืองในขณะนี้ ซึ่งในต่างประเทศจะไม่มีบทบัญญัติในลักษณะนี้ มีใช้แต่ประเทศไทยเท่านั้น แต่ทั้งนี้เมื่อจะมีการแก้ไขก็จะต้องขึ้นอยู่กับผู้ที่มีอำนาจว่ามีแนวคิดในเรื่องนี้อย่างไร
นางสดศรี ยังกล่าวถึง การเลือกตั้งส.ส.เขต 3 จ.เชียงใหม่ ว่า ในการประชุมกกต.กลางวันพรุ่งนี้ (20 มี.ค.) จะมีการพิจารณาแต่งตั้งกกต.ประจำเขตเลือกตั้งที่ 3 เพราะกกต.ได้มีการเสนอร่างกำหนดวันเลือกตั้งไปแล้ว เป็นวันที่ 21 เม.ย. ดังนั้นจึงต้องมีกระบวนการและระยะเวลาในการดำเนินการต่างๆ ส่วนค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งรัฐบาลก็ต้องเป็นผู้สนับสนุน โดยในเรื่องนี้ก็มีหลายฝ่ายพูดกันว่าเป็นเรื่องสมควรหรือไม่ ที่จะให้ผู้ที่ลาออกเป็นผู้ที่ชดใช้ค่าจัดการเลือกตั้งใหม่ แต่เมื่อกฎหมายไม่ได้บัญญัติไว้รัฐบาลก็ต้องเป็นผู้ออค่าใช้จ่าย ซึ่งในส่วนของการเลือกตั้งท้องถิ่น กกต.ก็ไดมีการเสนอให้มีการแก้ไขพ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น อยู่ระหว่างการพิจารณาของสภา ซึ่งก็ต้องรอดูว่าสภาจะเป็นอย่างไร





