"พล.อ.ประยุทธ์"ชี้รายการตอบโจทย์ไม่เหมาะวิพากษ์สถาบัน ซัดไร้สาระมานั่งถกแก้กม.112 จวกคนพวกนี้ไม่น่าเกิดบนแผ่นดินไทย
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่รายการ “ตอบโจทย์”ทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ตอน “สถาบันพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ”ได้มีการแสดงความคิดเห็นของนายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล และนายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ เกี่ยวกับเรื่องการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ว่า ในความเห็นของทหารนั้น เรามีมุมมองของเรา เพราะเราเป็นทหารในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านทรงเป็นจอมทัพไทย ในความรู้สึก ตนเข้าใจสถานการณ์ของประเทศชาติในวันนี้ว่า มีความเปลี่ยนแปลงไปมากพอสมควร สิ่งหนี่งคิดว่า ทหารทุกคนมีความรู้สึกเหมือนกัน คือสถาบันพระมหากษัตริย์ได้ทำคุณประโยชน์ให้ประเทศไทยเป็นเวลานาน การเสนอรายการเป็นสิทธิของสื่อ และผู้จัดรายการที่กระทำได้ตามรัฐธรรมนูญ ตนอยากแสดงความคิดเห็นว่าเหมาะสมหรือไม่ ใช่เวลานี้หรือไม่ที่นำเสนอ คิดว่าการที่บ้านเมืองอยู่เย็นเป็นสุขมาจนถึงทุกวันนี้ เราไม่ได้เกิดมาจากหลอดแก้ว คนเราต้องมีความเป็นมา ประเทศไทยมีประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ประเพณี จารีตที่งดงาม อยากให้ทุกคนระลึกถึงอยู่เสมอ การที่ประเทศไทยได้รับความสนใจจากคนทั่วโลกส่วนหนึ่ง คือ เรื่องของความเป็นคนไทยที่มีจารีต ประเพณีงดงาม ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากสถาบันพระมหากษัตริย์ ดังนั้นใครจะว่า ด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม แต่ตนคิดว่าประเทศไทยมีความเป็นมาอย่างนั้น ซึ่งเป็นความแตกต่างที่ทำให้โลกหันมามองประเทศไทย
"ประเทศไทยประกอบด้วยผืนแผ่นดินที่มีการต่อสู้จากบรรพบุรุษตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน นั่นคือประวัติศาสตร์รากเหง้าของประเทศไทย คนเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย แต่สิ่งหนึ่งที่ยึดเหนี่ยวให้คนกับแผ่นดินอยู่ด้วยกันจำเป็นต้องมีสถาบัน สถาบันหลัก คือ สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความผูกพัน ซึ่งต้องรักษาดำรงไว้จนนานเท่านาน หากไปเริ่มใหม่ ประเทศไทยจะไม่เป็นประเทศน่าสนใจอีกต่อไป ถ้าทุกคนทบทวนว่า ประเทศไทยเป็นประเทศลำดับที่ 52 ที่คนอยากมาอยู่ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสถาบันพระมหากษัตริย์ประเทศเราไม่เคยเป็นเมืองขึ้นของใคร ไม่ใช่คนวันนี้หรือคนมะรืนนี้ทำ แต่เป็นคนในอดีตทำ ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยก็จริง แต่อดีตเป็นของสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งวันนี้ท่านทรงลดฐานะของพระองค์เองมาอยู่ในภายใต้รัฐธรรมนูญ สถาบันพระมหากษัตริย์หรือพระองค์ท่านทรงอ่อนแอ เพราะไม่สามารถปกป้องพระองค์เองได้ จึงต้องมีกฎหมายฉบับหนึ่งออกมาเพื่อปกป้องพระองค์ท่าน ซึ่ง 200-300 ปีที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีเรื่องมา แต่เพิ่งมาเกิดขึ้น ไม่เข้าใจว่า เกิดอะไรขึ้น" ผบ.ทบ.กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า การที่ประเทศไทยจะก้าวไปข้างหน้าไม่จำเป็นต้องทิ้งประวัติศาสตร์ หรือต้องทิ้งทุกอย่างให้หมด ไม่เช่นนั้นลูกศิษย์คงไม่ต้องเชื่อฟังอาจารย์ ลูกคงไม่ต้องเชื่อฟังพ่อแม่ เพราะความเป็นประชาธิปไตยเรายอมได้หรือไม่ การที่จะมีรายการต่างๆ นั้น จะไม่ละเมิดหรือก้าวล่วงสิทธิเสรีภาพของสื่อ ที่ผ่านมาพยายามทำดีกับสื่อทุกคนมาตลอด เว้นแต่บางครั้งต้องพูดคุยกันบ้าง หากให้เกียรติกันบ้างก็ไม่มีปัญหา กรณีดังกล่าว ไม่กล้าจะกล่าวว่า ผิดหรือถูก ใช่หรือไม่ใช่ แต่ในความรู้สึกตนเอง และทหารทุกคนอีก 2 แสนกว่าคนในกองทัพบกและทุกกองทัพเห็นว่า ยังไม่น่าเหมาะสมที่จะนำเรื่องพวกนี้มาพูดกันในเวลานี้ เพราะเป็นเวลาแห่งความขัดแย้ง และเป็นเวลาที่มีเรื่องราวต่างๆ มากมาย ที่จะต้องแก้ไข โดยเฉพาะคนที่มาพูดเป็นถึงครู อาจารย์ ของคนทั้งประเทศ ประเทศชาติจะไปข้างหน้าได้ต้องมีครู อาจารย์ที่ดี และการสอนให้คนเป็นคนดี คิดว่า สำคัญกว่าจะสอนให้มาแก้กฎหมายโน่นกฎหมายนี้ ซึ่งยังไม่ใช่เวลา วันนี้จะทำอย่างไรไม่ให้เด็กตีกัน ไม่ติดยาเสพติด ให้เขาเคารพกฎหมาย รู้จักคุณธรรม จริยธรรม และเรียนรู้ประวัติศาสตร์
"คำว่า ประวัติศาสตร์ คือ ปัจจุบัน และ อนาคต ซึ่งอดีตมีทั้งดีและไม่ดี อันไหนที่ดีต้องรักษาไว้ให้ยั่งยืน โดยสถาบันต้องมีชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ทำไมต้องทำลายให้หมดสิ้น เพื่อจะก้าวไปสู่ระบอบอนาธิปไตย ซึ่งคิดว่าไม่ใช่ประชาธิปไตย อยากให้ทุกคนกลับมาทบทวนว่า สิ่งที่นำเสนอไปนั้น ดีหรือไม่ดี ผิดหรือถูก คิดว่า คนไทยส่วนใหญ่ทั้ง 60 ล้านคนไม่ได้คิดอย่างนั้น เพราะหากคิดเช่นนั้นอยู่ไม่ได้ ดังนั้นการที่คนไม่กี่คน ออกมาพูดแล้วทำให้คน 60 ล้านคนเปลี่ยนแปลงไปเป็นไปไม่ได้ เพราะมันขัดแย้งกันอยู่ ขอเรียนอีกครั้งว่า สถาบันไม่เคยทำร้ายประชาชน มีแต่ทรงห่วงใยประชาชนของท่าน สิ่งที่พระองค์ท่านทำไม่เคยคาดหวังอะไร แต่มีคนไปกล่าวอ้างว่า ที่พระองค์ท่านทำ เพราะต้องการอย่างนี้อย่างนั้น ผมอยู่มา 60 ปีได้เข้าเฝ้าถวายงานอยู่หลายครั้ง มีแต่รับสั่งว่า สิ่งที่ท่านให้ประชาชนก็มาจากสิ่งที่ท่านได้จากประชาชนทั้ง ทรัพย์สิน เงินทอง ที่บริจาคมาท่านก็คืนกลับสู่ประชาชน พระองค์เคยรับสั่งกับผมเสมอว่า เมื่อไหร่ก็ตามเงินที่ท่านได้รับมาหมดไป จะเอาอะไรให้กับประชาชนของท่าน สมกับที่ประชาชนทรงรอท่านเสด็จเยี่ยม ท่านก็คงมีแต่ข้าวสารที่ทรงทำฟาร์มไว้ ท่านก็คงจะให้ข้าวสารเหล่านี้กับประชาชนแทน นี่คือสิ่งที่พระองค์ท่านรับสั่งจนติดหูผม ก็ไม่เคยเห็นท่านทรงรับสั่งอย่างอื่น" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว





