"นครินทร์"ชี้บทบาทศาลรธน.ในอดีตแตกต่างจากปัจจุบัน รับน่าเห็นใจ เหตุพรรคการเมืองดึงมวลชนเป็นพวก
นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า บทบาทของศาลรัฐธรรมนูญเกิดขึ้นเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมาโดยเกิดในช่วงที่มีความผันแปรทางการเมืองสูง ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับ ปี 2540 ฉบับ 2549 และ ฉบับปี 2550 มีหน้าตาที่ไม่เหมือนรัฐธรรมนูญในอดีตที่ผ่านมาด้วยเหตุนี้จึงทำให้องค์กรตามรัฐธรรมนูญ มีความคลุมเครือจากทุกฝ่าย ซึ่งปัญหาถ้ามองจากการพัฒนาการเมือง การเมืองไทยในอดีตข้าราชการทหารเป็นใหญ่ การเมืองในระบอบดังกล่าว ข้าราชการประจำทำหน้าที่บริหารประเทศ ควบคุมกลไกนิติบัญญัติ ทำให้กฎหมายต่างๆ ต้องออกโดยข้าราชการประจำ จึงทำให้ไม่มีการตรวจสอบใดๆ ซึ่งกลุ่มผลประโยชน์พยายามเข้ามาเป็นส่วนต่อขยายของกลุ่มข้าราชการ เป็นกลุ่มที่มาพึ่งพิงมาแสวงหาผลประโยชน์ แต่ขณะนี้การเมืองไทยเรากำลังเผชิญกับการต่อสู้ช่วงชิงอำนาจโดยที่มีพรรคการเมืองเป็นกลไกสำคัญ ซึ่งพรรคการเมืองที่มีนโยบายออกมาใหม่ๆตลอดก็จะสามารถระดมฐานคะแนนเสียงได้ด้วยตัวเอง
นายนครินทร์ กล่าวว่า ศาลรัฐธรรมนูญน่าเห็นใจมากที่สุด เพราะสถานการณ์ท่ามกลางเวลานี้ พรรคการเมืองเข้ามามีอิทธิพลอย่างมาก เพราะฉะนั้นการรักษาดุลยภาพทางการเมืองต้องคำนึงด้วยกัน 2 เรื่อง คือดุลยภาพในแนวราบ หมายถึง การรักษาดุลยภาพระหว่างองค์กรกับองค์กรที่อยู่ในระนาบเดียวกัน และดุลยภาพในแนวดิ่ง หมายถึง การรักษาดุลยภาพในการพิทักษ์รัฐธรรมนูญและสิทธิของประชาชน ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญ ในขณะนี้ตกอยู่ในสภาวะที่ต้องอยู่ในดุลยภาพในแนวดิ่ง เพราะมีพรรคการเมืองและมวลชนที่คอยสนับสนุนพรรคการเมือง จึงทำให้ศาลรัฐธรรมนูญในขณะนี้ค่อนข้างจะรักษาดุลยภาพและสภาพแวดล้อมทางการเมืองได้ยากขึ้น ดังนั้น มองว่า องค์กรทางการเมือง สถาบันการเมือง ควรเคารพกติกา ไม่ล้ำเส้นกับองค์กรศาลรัฐธรรมนูญ
"หลังปี 2540 ศาลรัฐธรรมนูญเกิดเป็นแนวดิ่ง เป็นองค์กรสำคัญที่สร้างขึ้นมาใหม่เพื่อทำหน้าที่พิทักษ์รัฐธรรมนูญและพิทักษ์สิทธิเสรีภาพของประชาชน ซึ่งในปัจจุบันความสัมพันธ์ระหว่างพรรคการเมืองและมวลชนที่เป็นผู้สนับสนุนเป็นเหตุที่ทำให้การรักษาดุลยภาพทางการเมืองเป็นไปได้ยาก เพราะความยุ่งยากในการรักษาดุลยภาพทางการเมืองในขณะนี้มาจากพรรคการเมืองที่มีมวลชนเป็นฐานราก ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มแนวร่วมฯหรือพันธมิตรของพรรคการเมืองต่างๆ มักจะไม่มีเหตุผลและไม่รับฟังผู้อื่น" นายนครินทร์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานระหว่างการสัมมนา นายบุญส่ง กุลบุปผา ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้ซักถามนายนครินทร์ ถึงเรื่องของบทบาทหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญ ว่าการให้เป็นที่ยอมรับจะต้องปรับบทบาทอย่างไร นายนครินทร์ ได้แนะนำว่า ศาลรัฐธรรมนูญ ต้องมีการปรับตัวให้เป็นที่ยอมรับ ด้วยการเข้าถึงสื่อมวลชนให้มากขึ้น เพราะการตัดสินคดี ต้องมีการอธิบายและขยายความเพื่อให้เกิดความเข้าใจง่าย ซึ่งตัวตุลาการจะพูดแต่ตัวคำวินิจฉัยอย่างเดียว คนฟังก็จะเข้าใจยาก ดังนั้นน่าจะมีกลไกมาช่วยสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจการพิจารณาคดีมากขึ้น





