อธิบดีดีเอสไอ เมินสตช.ขยายเวลาก่อสร้างโรงพักทดแทนให้พีซีซี.อีก 30 วัน เดินหน้าสอบสวนคดีฮั้วประมูล
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวถึงกรณีที่พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) แถลงขยายเวลาส่งมอบโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจ (โรงพักทดแทน) จำนวน 396 แห่ง ให้บริษัท พีซีซี ดีเวลล็อปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด ออกไปอีก 30 วันจากกำหนดเดิมที่ต้องส่งมอบในวันที่14 มี.ค. นี้ว่า ตนยังไม่ได้รับแจ้งถึงมติการขยายระยะเวลาส่งมอบงานให้บริษัท พีซีซีฯ แต่เรื่องดังกล่าวคาดว่าเป็นการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับคดีทางแพ่งของสตช.ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างโดยตรง และไม่เกี่ยวข้องหรือกระทบกับการดำเนินคดีของดีเอสไอที่เป็นการดำเนินคดีอาญาโดยเฉพาะในประเด็นความผิดตามมาตรา 8 ของพ.ร.บ.ว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ(ฮั้วประมูล) ซึ่งต้องเดินหน้าการสอบสวนต่อไป เพราะขณะนี้การสอบสวนมีความชัดเจนว่าความผิดได้สำเร็จแล้ว การขยายระยะเวลาส่งมอบงานจึงไม่ได้เกี่ยวข้องกับการบอกเลิกสัญญาหรือไม่
นายธาริต กล่าวอีกว่า แม้บริษัทพีซีซีฯจะได้รับการขยายเวลาส่งมอบงานไปอีก 30 วัน แต่หากมีการส่งเอกสารชี้แจงในประเด็นฮั้วประมูลและดีเอสไอสามารถสรุปสำนวนแล้วเสร็จก็สามารถส่งฟ้องได้ทันทีไม่จำเป็นต้องรอให้สตช.และบริษัท พีซีซีฯสิ้นสุดสัญญาที่ขยายเพิ่ม โดยในวันนี้ (14 มี.ค.) ตนได้ส่งหนังสือถึงผบ.ตร.เพื่อขอให้คำนวณค่าใช้จ่ายที่อาจมีเพิ่มเติมในการก่อสร้างโครงการสถานีตำรวจทดแทนทั้ง 396 หลังให้แล้วเสร็จ ทั้งนี้ ถือเป็นดุลยพินิจของสตช.ในการทำหนังสือตอบกลับข้อซักถาม โดยดีเอสไอไม่ได้กำหนดกรอบเวลาบังคับ





