"อภิสิทธิ์"ค้านออกพ.ร.บ.กู้เงิน 2.2 ล้านล้านบาท เตรียมยื่นศาลรธรน.ตีความ ขัดรธน.
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ ถึงกรณีที่รัฐบาลจะออกพ.ร.บ. กู้เงิน 2.2 ล้านล้านบาทว่า พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันว่า การทำโครงการทั้งหลายไม่จำเป็นต้องกู้เงิน การใช้ พ.ร.บ.กู้เงินจะมี 2 ปัญหาใหญ่ คือ 1.ความโปร่งใส ทำให้การตรวจสอบเป็นไปได้ยาก 2.เป็นการซ่อนสถานะหนี้ของประเทศ ที่แท้จริง ซึ่งถ้าทำอย่างนี้ต่อไปจะมีการหลีกเลี่ยงกระบวนการงบประมาณในการใช้จ่าย เวลาจะใช้เงินก็ออกกฎหมายเงินกู้ แต่รัฐบาลมีสิทธิที่จะกู้เงิน ตราบใดที่ไม่ขัดกฎหมาย แต่อย่างให้รับฟังความเห็นจากทุกฝ่ายในการกำหนดโครงการและใช้งบประมาณ เช่น รัฐบาลจัดนิทรรศการบอกว่า กู้เงินเพื่อเชื่อมไทยสู่โลก แต่เครือข่ายรถไฟความเร็วสูงกลับไม่ได้ทำตามที่เคยกำหนดไว้เดิม แต่กลับเลือกตัดเส้นทางใหม่ ที่ไปได้แค่เพียง จ.นครราชสีมา และที่อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ไม่ได้เชื่อมสู่ประเทศใด
ทั้งนี้หากเสนอเข้าตามพ.ร.บ.งบประมาณประจำปีปกติ ก็จะมีการระบุโครงการชัดเจน ทำให้ที่ประชุมสภาสามารถซักถาม ตรวจสอบได้ แต่ถ้าเสนอเป็นกฎหมายกู้เงิน จะไม่มีรายละเอียดโครงการ จึงยากต่อการตรวจสอบ
"ผมอยากให้รัฐบาลพิจารณาให้ดี ตอนนี้พรรคประชาธิปัตย์กำลังดูข้อกฎหมายเพราะเป็นห่วง ถ้าทำอย่างนี้ได้ต่อไป ตัวงบประมาณอาจไม่มีความหมายเลย รัฐบาลอยากทำอะไร ก็ไปออกกฎหมายกู้เงินแทน สภาก็ไม่มีกระบวนการงบประมาณที่จะตรวจสอบ สถานะทางการคลังก็ดูยาก เพราะถ้าดูผิวเผินจะเหมือนกับว่าขาดดุลน้อยลง หรือสมดุลแต่มีการไปกู้ข้างนอกอยู่มาก ซึ่งมันจะย้อนกลับเข้ามา จึงกำลังให้ฝ่ายกฎหมายของพรรคดูว่า ในรายละเอียดจะมีการขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งผมมองว่าน่าจะขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ เพราะการใช้จ่ายเงินจะเป็นภาระของประชาชน จึงควรเสนอผ่านระบบงบประมาณ ส่วนจะยื่นให้มีการตีความ เมื่อไหร่ยังตอบไม่ได้ แต่ความจริงอยากให้รัฐบาลทบทวนการบริหารว่าสามารถใช้เงินงบประมาณได้ โดยต้องปรับใน 2 เรื่อง คือ ลดโครงการที่ใช้เงินเกินความจำเป็นเช่น โครงการรับจำนำข้าวและโครงการทุจริตคอร์รัปชั่น"นายอภิสิทธิ์ กล่าว





