ดีเอสไอลงพื้นที่อีสานหาหลักฐานทุจริตสอบครูผู้ช่วย เสนอบอร์ดกคพ. รับเป็นคดีพิเศษก่อนเรียกสอบปากคำกลุ่มส่อโกง400ราย
นายธานินทร์ เปรมปรีดิ์ ผอ.ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทุจริต กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบทุจริตสอบครูผู้ช่วยตามที่กระทรวงศึกษาธิการร้องขอว่า ขณะนี้ตนกำลังเร่งลงพื้นที่เพื่อหาพยานหลักฐานและสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่คุมสอบในเขตพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อรวบรวมข้อมูลและสรุปข้อเท็จจริงให้กระทรวงศึกษาธิการนำไปพิจารณายกเลิกการสอบได้ภายในกรอบเวลาเดิมวันที่ 18 มี.ค.นี้ โดยเบื้องต้นตนและพนักงานสอบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบในพื้นที่พบความผิดปกติจำนวนมาก เช่น จังหวัดอุดรธานี ยโสธร ชัยภูมิ และขอนแก่น ซึ่งพบว่ามีการเข้าสอบแทนกันชัดเจน ดังนั้น ในส่วนนี้ก็จะเสนอให้ยกเลิกการสอบเป็นรายพื้นที่ ส่วนการสอบในเขตพื้นที่อื่นเช่นในภาคกลางต้องดูว่าผู้เข้าสอบส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่หรือต่างพื้นที่ หากเป็นบุคคลต่างพื้นที่จำนวนมากและมีคะแนนสอบสูงผิดปกติก็ส่อว่าอาจมีการทุจริตสอบเช่นกัน
ส่วนกรณีที่กระทรวงศึกษาธิการได้มอบรายชื่อผู้เข้าสอบที่ได้คะแนนสูงผิดปกติจำนวนกว่า 400 คน ตนได้วางแนวทางไว้ว่าจะเริ่มสอบสวนลงลึกด้วยการเรียกสอบเป็นรายบุคคลทั้งหมดเมื่อได้เสนอให้คณะกรรมการคดีพิเศษ(กคพ.)รับเป็นคดีพิเศษ เพื่อทำการคัดแยกบุคคลที่ได้คะแนนสูงมาจากทุจริตว่ามีจำนวนกี่ราย โดยในส่วนนี้ดีเอสไอเห็นว่าไม่จำเป็นต้องยกเลิกการสอบทั้งพื้นที่แต่อาจใช้วิธีการปลดออกจากตำแหน่งและเลื่อนบุคคลที่ได้คะแนนรองลงมาขยับขึ้นไปแทน โดยขั้นตอนการสอบสวนของดีเอสไอจำเป็นต้องใช้ระยะเวลาในการพิสูจน์แยกบุคคลที่ทุจริตกับไม่ทุจริตสักระยะเพราะมีจำนวนผู้ต้องสงสัยที่ได้คะแนนสูงผิดปกติจำนวนมาก ซึ่งความผิดปกติที่พบคือกลุ่มที่ทำคะแนนได้สูง หรือบางรายทำคะแนนได้เต็ม 2-3 วิชา อย่างไรก็ตาม คาดว่าในขั้นตอนการสอยบุคคลที่ทุจริตจะดำเนินการได้ภายในระยะ 5-6 เดือน
“การปลดบุคคลที่ทุจริตออกจากการบรรจุแม้อาจต้องใช้ระยะเวลา แต่ก็ถือเป็นการให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่ไม่ได้ทุจริต ซึ่งการใช้วิธียกเลิกการสอบใหม่จะกระทบกับบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องจำนวนมาก หากรอให้ดีเอสไอหาพยานหลักฐานและตรวจสอบให้ชัดเจนก่อนค่อยสอยทีหลังเป็นวิธีที่ดีที่สุดเพราะผู้เข้าสอบครูผู้ช่วยส่วนใหญ่มีงานประจำอยู่แล้ว จึงไม่ได้รับความเดือดร้อนเรื่องการว่างงาน” นายธานินทร์ กล่าว





