กลุ่มพันธมิตรฯ ยื่นเงื่อนไขขอ 8 กลุ่ม หารือออกกฎหมายนิรโทษกรรม ถอนร่างกฎหมายปรองดอง ด้าน"เจริญ"ไม่ขัดข้อง เชิญวันนี้
นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โฆษกพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้เข้าพบนายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาฯ คนที่ 2 ฐานะประสานเพื่อการออกกฎหมายนิรโทษกรรมนำไปสู่ความปรองดอง พร้อมยื่นหนังเสือซึ่งเป็นเงื่อนไขให้ปฏิบัติก่อนเข้าร่วมหารือถึงแนวทางการออกกฎหมายนิรโทษกรรม ตามที่ได้นัดหมายวันที่ 11 มี.ค. นี้ โดยนายปานเทพได้เข้าพบกับนายเจริญ ประมาณ 10 นาทีก่อนแถลงว่าตามเงื่อนไขที่ได้เสนอให้นายเจริญ พิจารณา คือการเพิ่มบุคคลที่จะเข้าร่วมหารือจากเดิมที่กำหนด 4 กลุ่มไปเป็น 8 กลุ่มได้แก่ 1.รัฐบาลพรรคเพื่อไทย 2.พรรคประชาธิปัตย์ฐานะอดีตรัฐบาลและพรรคแกนนำฝ่ายค้าน, 3.ตัวแทนกลุ่มพันธมิตรฯ, 4.ตัวแทนกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.), 5. ตัวแทนกลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม, 6. นางนิชา หิรัญบูรณะ ธุวธรรม ตัวแทนครอบครัวเจ้าหน้าที่รัฐผู้สูญเสีย, 7. ตัวแทนผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม ซึ่งไม่ใช่ผู้ชุมนุม อาทิ ผู้ประกอบการ, ผู้ประกอบธุรกิจย่านแยกราชประสงค์, สยามสแควร์ เป็นต้น และ 8.ตัวแทนคณะกรรมการอิสระตรวจสอบ และค้นหาความจริง เพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.)
นายปานเทพ กล่าวด้วยว่า หากนายเจริญ สามารถปฏิบัติได้ตามเงื่อนไขและนำไปสู่การออกกฎหมายต้องไม่มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขตัวร่างกฎหมายนิรโทษกรรมที่ได้การยอมอย่างเป็นเอกฉันท์จากผู้แทนกลุ่มที่ได้ร่วมหารือ ซึ่งหากในชั้นของการแปรญัตติมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข กลุ่มพันธมิตรพร้อมจะจัดชุมนุมคัดค้านอย่างถึงที่สุด นอกจากนั้นขอให้มีการถอนร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ ออกจากระเบียบวาระประชุมด้วย อย่างไรก็ตามข้อเสนอของกลุ่มพันธมิตรฯ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์แสดงจุดยืนจะไม่เข้าร่วมการหารือวันที่ 11 มี.ค.นี้ถือเป็นดุลยพินิจ ส่วนตัวมองว่าพรรคประชาธิปัตย์มองภาพการเมืองมากกว่าสิ่งอื่น
ด้านนายเจริญ ให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า ไม่ขัดข้องกับเงื่อนไขที่นายปานเทพเสนอ โดยในวันนี้ตนเตรียมทำหนังสือเชิญไปยัง 8 กลุ่มดังกล่าว นอกจากนี้จะรวมถึงทหารในฐานะผู้ปฏิบัติงานช่วงที่มีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และกฎหมายมั่นคง โดยทางฝ่ายทหารจะส่งหนังสือผ่านพล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อย่างไรก็ตามตนตอบไม่ได้ว่าการหารือวันที่ 11 มี.ค.นี้จะได้ข้อยุติหรือไม่ เพราะต้องพิจารณาเงื่อนไขของแต่ละฝ่ายที่ร่วมหารือ แต่หากได้ข้อยุติแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการออกกฎหมายและเสนอให้สภาฯ พิจารณา โดยประเด็นที่จะนำมาหารือกันในวันที่ 11 มี.ค. คือ การออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้เฉพาะประชาชนที่ทำผิดกฎหมายมั่นคง และ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเท่านั้น
"ผมมีความจริงใจในการทำหน้าที่ตรงนี้ ไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลัง ของให้ฝ่ายค้านได้สบายใจ ส่วนการถอนร่างพ.ร.บ.ปรองดองออกจากระเบียบวาระ ผมไม่สามารถบังคับได้ เนื่องจากขึ้นอยู่ดุลยพินิจของเจ้าของร่างกฎหมาย และส.ส. อนึ่งหากร่างกฎหมายดังกล่าวที่อยู่ในระเบียบวาระไม่ถูกหยิบยกมาพิจารณา ร่างก็ยังคาอยู่ไปจนกว่าการประชุมสภาฯ จะปิดสมัย" นายเจริญ กล่าว





