กกต.คาด วันนี้มีผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.เกิน60% พร้อมตั้งกล้องวงจรปิด จับทุจริตหย่อนบัตร
กกต.ตรวจรับอุปกรณ์การลงคะแนนเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. คาดประชาชนใช้สิทธิเกินร้อยละ 60 สั่งอำนวยความสะดวกให้คนพิการและเด็กนักเรียนที่ต้องสอบ GAT/PAT พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิด 50 เขตทั่วกรุงจับตาทุจริต เคลียร์ปมตำรวจอีสานชื่อโผล่มีสิทธิลงคะแนนอาจเป็นความผิดพลาดงานทะเบียน ขณะที่ กมธ.ตำรวจเตรียมเรียกผู้บัญชาการตำรวจภูธรทุกภาคชี้แจงสัปดาห์หน้า
ที่สำนักงานเขตจตุจักร วานนี้ (2 มี.ค.) นายประพันธ์ นัยโกวิท กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง พร้อมด้วย นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต. พล.ต.ท.ทวีศักดิ์ ตู้จินดา ประธานกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร (กกต.กทม.) นางสาวเครือทิพย์ ธีรานุรักษ์ กกต.กทม. และ นายวีระ ยี่แพร ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร (ผอ.กต.กทม.) ได้ไปตรวจรับวัสดุอุปกรณ์สำหรับการเลือกตั้ง และตรวจสถานที่เก็บรักษาหีบบัตรเลือกตั้งทั้งก่อนและหลังการเลือกตั้ง พร้อมมอบนโยบายให้กับกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ในวันที่ 3 มี.ค.
นายประพันธ์ กล่าวว่า ขณะนี้ในส่วนของ กกต. ผอ.ประจำหน่วยเลือกตั้ง กรรมการประจำหน่วย ตลอดจนวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะคอยดูแลความเรียบร้อยหน่วยเลือกตั้งถือว่าพร้อมแล้ว และเชื่อว่าในวันเลือกตั้งคงไม่มีปัญหาอะไร
นายประพันธ์ กล่าวต่อว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ขอให้เจ้าหน้าที่ กปน.ทุกคนอำนวยความสะดวกแก่ผู้พิการที่มีสิทธิลงคะแนนให้ได้รับความสะดวก และเด็กนักเรียนที่ต้องการใช้สิทธิลงคะแนนด้วย เนื่องจากทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ไม่สามาถเลื่อนวันสอบ GAT/PAT ได้ เพียงแต่ขยายเวลาในช่วงพักสอบเป็น 2 ชั่วโมงเพื่อให้เด็กนักเรียนมีเวลาไปใช้สิทธิ ดังนั้นหากเจ้าหน้าที่ กปน. เห็นเด็กนักเรียนแต่งกายในชุดนักเรียน ก็ขอให้อำนวยคงวามสะดวกให้เด็กได้ลงคะแนนอย่างรวดเร็ว
“หากดูการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ครั้งนี้ ถือว่ามีการแข่งขันที่สูงมาก ซึ่งจะทำให้ประชาชนตื่นตัวและออกมาใช้สิทธิกันมากขึ้น เชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะมีประชาชนออกมาใช้สิทธิลงคะแนนเสียงเกินกว่าร้อยละ 60 และขอเชิญชวนให้ประชาชนออกมาลงคะแนนเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ให้มากเป็นประวัติการณ์ด้วย” นายประพันธ์ กล่าว
ชี้ปมตำรวจอีสานชื่อโผล่อาจผิดพลาด
นายประพันธ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวพบรายชื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจในภาคอีสานจำนวนมากมีชื่อในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ว่า กรณีนี้ต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเกิดจากอะไร อาจเป็นความผิดพลาดของงานทะเบียนก็เป็นได้ ดังนั้นเรื่องนี้คงต้องมอบหมายให้กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป แต่หากเจ้าบ้านพบว่ามีรายชื่อแปลกปลอมเข้ามาอยู่ในทะเบียนบ้านของตน ก็สามารถแจ้งกรรมการประจำหน่วยให้ตรวจสอบและถอนชื่อ พร้อมบันทึกเป็นหลักฐานไว้ได้
ขณะที่ พล.ต.ท.ทวีศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้น่าจะเป็นการเข้าใจผิด เนื่องจากในฐานะที่ตนเคยเป็นตำรวจ เมื่อถึงฤดูกาลโยกย้าย เจ้าหน้าที่ตำรวจในชั้นสัญญาบัตรหลายนายก็จะถูกย้ายไปประจำในต่างจังหวัด ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเหล่านี้อาจมีทะเบียนบ้านอยู่ใน กทม. และไม่อยากย้ายทะเบียนบ้านตามไป เพราะไม่อยากให้เกิดความวุ่นวาย ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ตำรวจในภาคอีสานหลายนายมีชื่อในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.
ติดวงจรปิด50เขตทั่วกรุงจับทุจริต
พล.ต.ท.ทวีศักดิ์ ยังกล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการป้องกันการทุจริตการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ว่า ได้จัดเตรียมเจ้าหน้าที่ตำรวจ อาสา กกต. รวมถึงชุดป้องปรามหาข่าว พร้อมทั้งติดกล้องวงจรปิดไว้ทั้ง 50 เขตทั่วกรุงเทพฯ เพื่อบันทึกเป็นหลักฐาน หากมีการทุจริตเกิดขึ้นก็สามารถตรวจสอบได้ทันที นอกจากนี้ในบริเวณหน่วยเลือกตั้งยังมี ผอ.ประจำหน่วย 1 คน กรรมการประจำหน่วย 7 คน และเจ้าหน้าที่ตำรวจอีก 2 นาย ไว้คอยเฝ้าระวังการทุจริตเลือกตั้งด้วย
อย่างไรก็ตาม ภายในคูหาเลือกตั้งที่ประชาชนจะต้องเข้าไปใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งนั้น จะไม่มีใครสามารถเข้าไปได้ แต่บริเวณโดยรอบหน่วยเลือกตั้ง กกต.ยังได้จัดชุดป้องปรามอีก 1 ชุดเพื่อคอยสกัดพวกหัวคะแนน หากมีการมาคุกคามข่มขู่ ซึ่งหากพบเหตุการณ์ดังกล่าว ทางชุดป้องปรามจะจดบันทึกไว้และสามารถแจ้งความดำเนินคดีได้ทันที เมื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วหากพบว่าเชื่อมโยงไปถึงตัวผู้สมัคร กกต.ก็สามารถให้ใบเหลืองหรือใบแดงได้ทันที ดังนั้นจึงมั่นใจว่าการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.หนนี้ จะไม่มีปัญหาการทุจริตเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
กมธ.ตำรวจเรียก ผบช.ภาคแจง
วันเดียวกัน นายสมชาย โล่สถาพรพิพิธ ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาคต่างๆ ทั่วประเทศ มีหนังสือแจ้งถึงตำรวจภูธรจังหวัดในสังกัด พร้อมระบุรายชื่อตำรวจในแต่ละจังหวัดที่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ว่า ในส่วนของ จ.ตรัง ทราบว่ามีตำรวจกว่า 70 นายถูกระบุชื่อว่าให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งที่ กทม. แต่เมื่อได้สอบถามตำรวจหลายนายที่มีชื่อ กลับปฏิเสธว่าไม่ได้มีภูมิลำเนาในกทม. ซึ่งสอดคล้องกับในอีกหลายจังหวัด ดังนั้นจะทำหนังสือเชิญผู้บัญชาการตำรวจภูธรทุกภาคที่ออกหนังสือให้กำลังพลไปใช้สิทธิเลือกตั้ง เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงต่อไป





