ตำรวจนราธิวาสเร่งแกะรอยหาตัวคนร้ายลอบวางจักรยานยนต์บอมบ์ ส่วนกรณีคาร์บอมบ์พบข้อมูลเจ้าของแจ้งหายไว้ที่ สภ.เมืองปัตตานี
สำหรับความคืบหน้ากรณีคนร้ายวางระเบิดจักรยานยนต์บอมบ์ ทางเข้าตลาดลดเทศบาลเมืองนราธิวาส ซึ่งตั้งอยู่บนถนนภูผาภักดี เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส ในช่วงเช้ามืดของวันที่ 1 มี.ค.56 ที่ผ่านมา ส่งผลทำให้เจ้าหน้าที่ทหารและประชาชนได้รับบาดเจ็บรวม 6 ราย
ล่าสุด พ.ต.อ.สะท้านฟ้า วามะสิงห์ ผู้กำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธร จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง แได้นำหลักฐานต่างๆรวมถึงข้อมูลการให้ปากคำของพยานบุคคลในที่เกิดเหตุมาทำการประเมินเหตุที่เกิดขึ้น จนทราบเบาะแสของคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้แล้ว เป็นสมาชิกแนวร่วมที่อาศัยแฝงตัวอยู่ในพื้นที่ ต.บางนาค อ.เมือง จ.นราธิวาส ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ส่งชุดไปติดตามความเคลื่อนไหวแล้วและเชื่อว่าสามารถจับกุมมาดำเนินคดีได้ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยชื่อและลายละเอียดต่างๆ เกรงคนร้ายจะไหวตัวหลบหนี
ส่วนคดีคนร้ายวางระเบิด คาร์บอมบ์หน้าร้านจิบเฮง เลขที่ 48 ถ.สุริยะประดิษฐ์ ต.บางนาค อ.เมือง ซึ่งเป็นร้านมินิมาร์ทและอยู่ตรงข้ามกองบังคับการตำรวจภูธร จ.นราธิวาส เหตุเกิดในช่วงเที่ยงของวันเดียวกันนี้แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ
เนื่องจากระเบิดทำงานไม่สมบูรณ์ ซึ่งล่าสุด พ.ต.อ.สะท้านฟ้า วามะสิงห์ ผู้กำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธร
จ.นราธิวาส ได้ทำการตรวจสอบภาพวงจรปิดแล้ว แต่ยังไม่สามารถที่จะเผยแพรสู่สาธารณชนได้ เนื่องจากเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่นำไปสู่การจับกุมคนร้ายมาลงโทษ
กรณีรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีเขียว แบบตอนเดียว ที่คนร้ายใช้เป็นพาหนะบรรทุกระเบิดมาก่อเหตุนั้น พบว่าได้สวมทะเบียนปลอมหมายเลข บฉ 9678 ยะลา ซึ่งหมายเลขทะเบียนจริง คือ บค 5974 ปัตตานี โดยตรวจสอบจากหมายเลขเครื่อง 4 JA 1AC 0379 ซึ่งมีนางพรรณีย์ ศรีสุวรรณ อยู่บ้านเลขที่ 1/36 ถ.เกษมสุข ต.สะบารัง อ.เมือง จ.ปัตตานี เป็นเจ้าของที่ได้แจ้งหายไว้ที่ สภ.เมืองปัตตานี เมื่อวันที่ 10 ม.ค.56 ขณะจอดไว้หน้าบริเวณโรงน้ำแข็งหลอด ม.5 ต.รูสะมิแล อ.เมือง จ.นราธิวาส เมื่อเวลา 03.00 น.
โดยทั้ง 2 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่เชื่อว่าหากจับกุมตัวคนร้ายที่ก่อเหตุวางระเบิดจักรยานยนต์บอมบ์หน้าทางเข้าตลาดสดเทศบาลได้ จะขยายผลไปสู่การจับกุมคนร้ายที่วางระเบิดคาร์บอมบ์ที่บริเวณหน้าจิบเฮงได้อย่างแน่นอน
เพราะทั้ง 2 เหตุการณ์น่าจะมีความเชื่อมโยงกัน





