โค้งสุดท้ายหาเสียงผู้ว่ากทม.สองผู้สมัครพรรคใหญ่"พงศพัศ-สุขุมพันธุ์"งัดกลยุทธ์ขอคะแนนคนกรุง
ม.ร.ว. สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.หมายเลข 16 จากพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในรายการ"เรื่องเด็นเย็นนี้"ช่วง " เจาะข่าวเด่น "ทางช่อง 3 ถึงการหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้ายกรณีมีจดหมายเปิดผนึกถึงประชาชนว่า สาระที่สำคัญคืออยากให้ประชาชนทราบว่าตนได้ยืนหยัดเคียงข้างประชาชนมาตลอด และทำงานอย่างทุ่มเท เสียสละ ซื่อสัตย์ สุจริต ขอทำงานต่อเพื่อขยายผลการทำงานที่ทำอยู่หน้าที่ของผู้ว่าคือประสานกับรัฐบาลและร่วมมือกับกทม. เพราะกทม.เป็นเมืองหลวง ไม่มีรัฐบาลไหนไม่สนับสนุน กทม.เป็นโฉมหน้าของประเทศ ที่ผ่านมารัฐบาลและตนได้ร่วมมือกันทุกเรื่องแต่ไม่เป็นข่าว แต่กระทบกระทั่งกันบ้าง แต่ก็เข้าใจตรงกันเช่นการบริหารจัดการน้ำก็เข้าใจตรงกันซึ่งตนจะเดินหน้าต่อไป และทำงานกับรัฐบาลได้ แต่ไม่เป็นข่าว ไม่ว่าใครจะเป็นผู้ว่า เป็นหน้าที่ ที่ต้องทำงานร่วมกัน ความมีรอยต่อก็มีเสน่ห์ของมันเองและไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในวันที่ 3 ตนก็ยังรักพล.ต.องพงศพัศอยู่
ทั้งนี้หากได้รับเลือกตั้งก็จะดำเนินการใน 10 มาตราการเร่งด่วนโดย 6 นโยบายเตรียมไว้แล้วแต่ต้องของงบปี 57 จากสภากทม. ส่วนมาตรการเร่งด่วนเดินหน้าได้ทันที
สำหรับปัญหาการจราจรนั้น ขณะนี้มีรถอยู่ 7 ล้านคัน ขณะที่การก่อสร้างระบบการขนส่งระบบรางกำลังเดินหน้าในหลายพื้นที่มีการเปิดผิวจราจร ก็ทำหน้าที่บรรเทาไม่ให้การจราจรหนักมากไปกว่านี้ตามวิธีการต่าง ๆ ที่กทม. ทำได้ เพราะต้องยมรับว่ารถมีมากระหว่างการก่อสร้างระบบการขนส่งระบบรางมีปัญหาจริงๆ
อย่างไรก็ตาม ในประเทศที่พัฒนาแล้วก็ต้องมีการกระจายอำนาจ เพราะสามารถเกิดได้เสมอที่ผลประโยชน์ส่วนกลางและท้องถิ่นขัดกัน เชื่อว่ารัฐบาลไม่ใจดำอะไรที่เป็นประโยนช์ต่อกทม.รัฐบาลก็ต้องร่วมมือกับกทม. ไม่เชื่อว่ารัฐบาลจะบอกว่าไม่ร่วมมือกับสุขุมพันธ์ ทั้งนี้ในการเลือกตั้งครั้งนี้ขอให้ประชาชนไปใช้สิทธิ์ เป็นหูเป็นตา และเป็นตัวอย่างที่ดีของคนทั้งประเทศ
พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครผู้ว่าหมายเลข 9 จากพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอให้ประชาชนออกมาเปลี่ยนแปลงกทม. ถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนแปลงให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เราได้วางยุทธศาสตร์การพัฒนา กรุงเทพอย่างไร้รอยต่อ ให้มีการใช้ดุลยพินิจ ในการเลือกผู้ว่า เรากำลังสร้างอนาคตให้ลูกหลาน ส่วนที่ผู้สมัครอิสระบอกว่าหากเลือก ผู้สมัครสังกัดพรรคก็มีปัญหานั้น ตนอยากให้มองในแง่บวก เรามีเวลาไม่มากนักเพื่อพลิกโฉมกทม.กระบวนการทำงานของผู้ว่าฯเราจะทำงานกับสภากทม.ซึ่งถือเป็นเรื่องดี เป็นกระบวนการตรวจสอบที่โปร่งใสตนอาสามาทำงานและยินดีทำงานร่วมสภากทม.และมีสภาประชาชนมาทำงานด้วย เพื่อให้ประชาชนเกิดความไว้วางใจสภากทม.เป็นกลไกในการขับเคลื่อนการทำงานต่อไป เรามีจุดมุ่งหมายเดียวกันให้กทม.เป็นมหานครแห่งอาเซียน คืนความสุขและสร้างรอยยิ้มให้ประชาชน กระบวนการทำงานของกทม. ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทุกเองแต่นโยบายไร้รอยต่อจะเป็นจุดเชื่อม
ทั้งนี้หลังจากที่ตนเข้ามาทำงานสิ่งที่จะเห็นชัดเจนต่อการเปลี่ยนแปลงใน 1 ปี คือการจราจที่จะนำรถออกจากพื้นที่หรือการคืนพื้นที่จราจรและปีต่อไปจะเป็นการบริหารจัดการ กทม.จะเป็นเจ้าภาพ แต่โครงข่ายมีการเชื่อมต่อ ต้องร่วมกับรัฐบาลนอกจากนี้ยังรวมไปถึงราคาสินค้าที่ต้องประสานกับกระทรวงพาณิชย์
ยุทธศาสตร์ไร้รอยต่อเป็นการเอาเรื่องคนกทม.เป็นที่ตั้งไม่เกี่ยวกับเรื่องการเมือง ปัญหาส่วนหนึ่งแก้ได้โดย กทม.แต่บางเรื่องต้องเชื่อมโยงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องซึ่ง ผู้ว่าต้องเป็นจุดเชื่อมต่อ ไม่อยากให้ปัญหา หมักหมม ต่อไป และไม่ใช่เรื่องการกินรวบ มีกระบวนการตรวจสอบแล้วโดยสภากทม. แต่ยุทธศาสตร์การทำงานต้องร่วมกับรัฐบาลอย่างไร้รอยต่อ





