วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'อภิสิทธิ์'ยันลงนามบีอาร์เอ็นมุ่งเป้าการเมือง

"อภิสิทธิ์"ระบุสมช.ลงนามกับบีอาร์เอ็นเป็นเป้าหมายทางการเมือง 2 ประเทศ หนุนการเจราจาพูดคุยแต่ต้องดูจังหวะและเวลา

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ส่งหนังสือเชิญให้เข้าร่วมหารือเกี่ยวกับปัญหาความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า เมื่อวันที่ 28 ก.พ. ตนได้พบกับร.ต.อ.เฉลิม ที่รัฐสภา โดยร.ต.อ.เฉลิม แจ้งถึงการส่งหนังสือเชิญดังกล่าว แต่ตนและนายถาวร เสนเนียม รองหัวหน้าพรรค ยังไม่ได้รับหนังสือ จึงขอดูหนังสือเชิญก่อนว่าเชิญไปเพื่ออะไร ถ้าเห็นว่าไม่เป็นประโยชน์ก็ต้องบอกไปตรง ๆ แต่ยินดีให้ข้อมูลกับร.ต.อ.เฉลิม แต่เวทีที่เหมาะที่สุด คือสภาผู้แทนราษฎร เพราะตอนนี้แนวทางการแก้ปัญหาหลักของรัฐบาล โดยสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)ไปลงนามกับตัวแทนกลุ่มบีอาร์เอ็น แนวทางการปฏิบัติในพื้นที่ก็ต้องสอดรับกับจุดหลักของรัฐบาล ซึ่งตนถามร.ต.อ.เฉลิมในเรื่องนี้ โดยร.ต.อ.เฉลิมบอกว่าไม่ได้ไปเกี่ยวข้องด้วย ตนจึงไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ร.ต.อ.เฉลิม ต้องการให้ตนไปประชุมคืออะไร และไม่ทราบว่าแนวทางปฏิบัติของรัฐบาลคืออะไร

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นห่วง เพราะตอนนี้ทุกอย่างมีลักษณะมุ่งไปทางการเมืองค่อนข้างมากทั้งของรัฐบาลไทยและรัฐบาลมาเลเซีย โดยรัฐบาลไทยแสดงให้เห็นว่าพยายามเดินไปอีกด้านหนึ่ง ขณะที่รัฐบาลมาเลเซียก็กำลังมีการเลือกตั้งจึงอยากแสดงบทบาทที่เคยทำให้กับประเทศฟิลิปปินส์มาแล้ว แต่ถ้ามาเลเซียสามารถทำให้ฝ่ายที่ก่อความไม่สงบทั้งหมดมาร่วมพูดในกรอบรัฐธรรมนูญไทยได้จริงก็จะเป็นเรื่องที่ดี ซึ่งเราสนับสนุนเรื่องการพูดคุยแต่ต้องระวังรูปแบบ วิธีการและจังหวะเวลาการเจรจา เพราะถ้าหวังผลการเมืองจะทำให้ไม่สำเร็จ และจะสะท้อนกลับได้

"ฟังจากที่ร.ต.อ.เฉลิม พูด ไม่ทราบว่าต้องการอะไร ยังไม่เข้าใจว่าการกระทำของร.ต.อ.เฉลิม และสิ่งที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางไปมาเลเซีย เกี่ยวข้องกันอย่างไร เพราะดูเหมือนร.ต.อ.เฉลิม พูดไปคนละแนวทาง"นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า เมื่อเดินมาถึงจุดนี้แล้วก็หวังว่าจะเดินต่อได้ ซึ่งคงต้องดูว่า ผู้ที่อ้างตัวเป็นผู้นำหรือผู้ประสานงานของฝ่ายก่อความไม่สงบจะสามารถควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่ได้จริง และสามารถดึงกลุ่มต่างๆ ที่เคลื่อนไหวเข้ามาร่วมกระบวนการได้จริง และเนื้อหาสาระของการพูดคุยมีขอบเขตอยู่ตรงไหน ต้องคุยกันให้ชัดเจน เพราะถ้ารัฐบาลสามารถเจรจาได้ทุกกลุ่มก็จะไม่มีปัญหา ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เปิดเผยในเอกสารคำประกาศคือสิ่งที่ไปพูดคุยแค่ไหนอย่างไร แต่ที่เป็นข่าวกลายเป็นว่ารัฐบาลมอบหมายให้สมช.ดำเนินการ โดยที่อีกฝ่ายยังไม่มีความชัดเจนอะไรเลย จึงต้องถามรัฐบาลว่าขอบเขตที่ไปตกลงกันเป็นอย่างไร ผมเป็นห่วง แต่ก็ขอเอาใจช่วยอยากให้ดำเนินการได้สำเร็จ