"ถวิล"หวั่นสมช.ลงนามผิดตัว แนะอย่าผลีผลาม ด้านแกนนำวาดะห์ เชื่อ"พล.ท.ภราดร"รู้ข้อมูลดี เชื่อทำเพื่อชาติ
นายถวิล เปลี่ยนศรี ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะอดีดเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.)เปิดเผยกรณีพล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสมช. ลงนามความร่วมมือในกระบวนการพูดคุยสันติภาพกับนายฮาซัน ดอยิบ หัวหน้าฝ่ายประสานงานต่างประเทศขบวนการบีอาร์เอ็นว่า การแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องมีการพูดคุย ทำความเข้าใจแต่ตนยังกังวลว่า สิ่งที่เลขาธิการสมช. กำลังดำเนินการอยู่นั้น ทำอย่างถูกคนและเป็นตัวแทนของกลุ่มที่ก่อความไม่สงบจริงหรือไม่ ซึ่งเราทราบดีว่ากลุ่มก่อความไม่สงบในชายแดนภาคใต้นั้นมีหลายกลุ่ม และการพูดคุยกับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่เราเห็นว่าเป็นตัวแทนนั้นตนคิดว่าอันตรายเกินไป สิ่งที่ถูกต้องควรให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการพูดคุยไปก่อน ซึ่งตนไม่เชื่อว่าจะการเจรจากับคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งแล้วเรื่องจะจบแน่นอน
นายถวิล กล่าวต่อว่า เห็นว่ารัฐบาลดำเนินการแบบรวดเร็ว ยกระดับผลีผลามเกินไปหรือไม่ ทั้งนี้ที่ผ่านมามีการพูดคุยในระดับเจ้าหน้าที่ก่อนอยู่แล้ว ซึ่งการพูดคุยนั้นในเบื้องต้นต้องสร้างมาตรฐานการไว้เนื้อเชื่อใจกัน ซึ่งตนก็ไม่แน่ใจว่ามาเลเซียจะคิดเรื่องนี้อย่างไรด้วย แต่อย่างไรก็ตามตนขอให้กำลังใจรัฐบาลในการแก้ปัญหา เพราะเรื่องนี้ในที่สุดแล้วจะแตกหักด้วยการรุกรานกันไม่ได้ต้องมีการพูดคุยซึ่งการพูดคุยนั้นก็ต้องดูอีกว่าถูก ตัวถูกจังหวะเวลาหรือไม่
ด้านนายอารีเพ็ญ อุดรสินธุ์ แกนนำกลุ่มวาดะห์ ในฐานะอดีตส.ส.นราธิวาส เผยว่า เรื่องนี้ตนยังไม่ทราบรายละเอียดมากนัก แต่หากการลงนามเป็นไปเพื่อสันติวิธีก็เป็นเรื่องที่ดี อีกทั้งพล.ท.ภราดร มีตำแหน่งเป็นเลขาธิการสมช. สิ่งใดที่พล.ท.ภราดรตัดสินใจย่อมต้องผ่านการหารือจากฝ่ายความมั่นคงของสมช. ซึ่งต้องมองว่าอะไรเป็นผลประโยชน์ของชาติ ตนเชื่อว่าน่าจะเป็นสัญญาณที่ดีในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในชายแดนภาคใต้ที่มีมายาวนาน เพราะผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความมั่นคงอย่างเลขาธิการสมช.ย่อมต้องรู้ตื้นลึกหนาบางดีกับสิ่งที่ตัดสินใจ อย่างไรก็ตาม วันที่1มี.ค.ตนจะเข้าร่วมประชุมแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ ตามที่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี แต่งตั้งให้ตนเป็นที่ปรึกษารองนายกฯและมีการประชุมนัดแรกในวันที่1มี.ค. ซึ่งคาดว่าสมาชิกกลุ่มวาดะห์คนอื่นๆจะเข้าร่วมประชุมด้วยครบทั้ง 9 คน เนื่องจากเป็นบัญชาของรองนายกฯ ทั้งนี้ ตนคงยังไม่มีแนวคิดใดนำไปเสนอในที่ประชุม ซึ่งคงต้องรอดูว่ากรอบการทำงานนั้น ร.ต.อ.เฉลิม จะมอบหมายให้ตนดูแลในเรื่องใด





