ดีเอสไอร่อนหมายเรียกผู้บริหารพีซีซีเข้ารับทราบข้อหาคดีฉ้อโกงผู้รับเหมารายย่อย เผยหากชดใช้ค่าก่อสร้างโรงพักทดแทน 69 ล้านถอนแจ้งความได้
พ.ต.ท.ถวัล มั่งคั่ง ผู้เชี่ยวชาญคดีพิเศษ กล่าวถึงความคืบหน้าการสอบสวนโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจ (ทดแทน) จำนวน 396 หลัง วงเงิน 5,848 ล้านบาท ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) ในส่วนความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงว่า ในวันนี้ (28 ก.พ.) ตนได้ส่งหนังสือเชิญผู้บริหาร บริษัท พีซีซี ดีเวลล็อปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด จำนวน 3 ราย ประกอบด้วย นายพิบูลย์ อุดมสิทธิกุล นายวิศณุ วิเศษสิงห์ และนายจาตุรงค์ อุดมสิทธิกุล เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาในคดีความผิดฐานฉ้อโกง โดยการหลอกลวงด้วยความอันเป็นเท็จหรือปกปิดความจริงกับผู้รับเหมาที่มีการจ้างช่วงต่อ โดยกำหนดนัดรับทราบข้อกล่าวหาวันที่ 15 มี.ค. เวลา 09.30 น. ทั้งนี้ เชื่อว่าผู้บริหารบริษัทพีซีซีฯ ทั้ง 3 รายจะเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาตามนัด
พ.ต.ท.ถวัล กล่าวว่า ความผิดเกี่ยวกับคดีฉ้อโกงเป็นคดีที่สามารถเจรจายอมความกันได้ระหว่างคู่กรณีคือบริษัทพีซีซีฯกับผู้รับเหมาช่วง โดยต้องมีการตกลงการชดเชยค่าเสียหายที่เกิดขึ้น แต่ต้องขึ้นอยู่กับฝ่ายผู้เสียหายด้วยว่าพอใจกับการชดใช้ค่าเสียหายจากทางบริษัทพีซีซีฯหรือไม่ หากพอใจฝ่ายผู้เสียหายก็อาจถอนแจ้งความได้ทันที อย่างไรก็ตา ม ที่ผ่านมาก็ได้มีโอกาสพบกับผู้บริหารของบริษัท พีซีซีฯ ทั้ง 3 รายนี้ที่ จ.เชียงใหม่ ทั้งหมดยืนยันว่าจะพยายามหาทางเจรจากับบริษัทผู้รับเหมาช่วง และหาเงินมาชดใช้ให้กับบริษัทผู้รับเหมาเหล่านี้ทั้งหมดซึ่งมีมากกว่า 20 ราย รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 69 ล้านบาท
พ.ต.ท.ถวัล กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่มีนักการเมืองท้องถิ่น จ.อุดรธานี เข้ามาเกี่ยวข้องโดยการช่วยเหลือบริษัท พีซีซีฯ ด้วยการกีดกันไม่ให้ผู้รับเหมาช่วงเข้าให้ข้อมูลกับดีเอสไอนั้น ทางพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเรียกตัวมาสอบปากคำและส่งเรื่องไปให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)ไต่สวน สำหรับการพบข้อพิรุธกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ฝ่าฝืนมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) ด้วยการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการประมูลสัญญาก่อสร้างสถานีตำรวจทดแทนจากการแยกรายภาคเป็นรวบสัญญาเดียวซึ่งเข้าข่ายความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ(ฮั้วประมูล) นั้น เป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช.ที่จะพิจารณาและชี้ขาดความผิด





