เพื่อไทยพาสื่อตรวจสอบบ้านที่มีรายชื่อบุคคลเข้ามาสวมสิทธิ์เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.เขตบางแค กกต.แจ้งสิทธิ์ 6 คน ทั้งที่มีชื่อเจ้าบ้านคนเดียว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ในฐานะรองโฆษกศูนย์อำนวยการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. นำสื่อมวลชนเดินทางไปตรวจสอบบ้านเลขที่ 545 ถนนหมู่บ้านเศรษฐกิจ แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กทม. บ้านของนายชาญชัย ยวงพานิช ซึ่งเป็นเจ้าบ้านและมีรายชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเพียงคนเดียว แต่ปรากฎว่า ได้รับหนังสือแจ้งจากกกต.ว่า บ้านของตนเองมีรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งอีก 6 คน โดยนายชาญชัยไม่รู้จักและไม่เคยยินยอมให้ย้ายเข้ามาอยู่ในทะเบียนบ้าน ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า บุคคลแปลกปลอมทั้ง 6 คนนั้นถูกกำหนดให้มีสิทธิ์เลือกตั้งในบ้านเลขที่เก่าของนายชาญชัยซึ่งถูกยกเลิกไปแล้ว จากเดิมบ้านเลขที่ 122/1 เป็นบ้านเลขที่ 545 ซึ่งดำเนินการโดยสำนักงานเขตบางแคตั้งแต่เมื่อ 3 ปี ที่แล้ว และยังกำหนดให้บุคคลแปลกปลอมทั้ง 6 คนไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งคนละคูหากับเจ้าของบ้านอีกด้วย
ร.ท.หญิง สุณิสา กล่าวว่า สาเหตุที่พรรคเพื่อไทยนำสื่อมวลชนลงตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่พบรายชื่อบุคคลแปลกปลอม น่าจะเข้ามาสวมสิทธิ์เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.โดยไม่ถูกต้องที่หมู่บ้านเศรษฐกิจ เขตบางแคในวันนี้(28 ก.พ.)นั้น เพื่อเป็นการยืนยันว่าปัญหาดังกล่าวมีอยู่จริง และเมื่อวานนี้ (27 ก.พ.) พรรคเพื่อไทยได้รับหนังสือจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร ที่ ลต (กทม) 0705/42 เรื่องการย้ายเข้าเพื่อเลือกตั้ง เพื่อขอทราบรายละเอียดเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติดังกล่าว
ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยได้รับทราบความผิดปกติ 4 รูปแบบ ในเขตบางแค ภาษีเจริญ และวังทองหลาง คือ 1.กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงหมายเลขทะเบียนบ้านนั้น พบว่ามีการใส่รายชื่อบุคคลแปลกปลอมเข้าไปอยู่ในหมายเลขทะเบียนบ้านเก่าที่ได้ยกเลิกไปแล้วตามกฎหมายโดยที่เจ้าของบ้านไม่รู้เรื่อง อีกทั้งยังกำหนดให้บุคคลแปลกปลอมเหล่านั้นไปใช้สิทธิเลือกตั้งคนละคูหากับเจ้าของบ้านอีกด้วย ดังนั้นจะทำให้เจ้าบ้านไม่มีทางทราบว่ามีบุคคลอื่นมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งในทะเบียนบ้านเก่าของตัวเองที่ได้ยกเลิกไปแล้ว
ร.ท.หญิง สุณิสา กล่าวอีกว่า 2.ทะเบียนบ้านเดียวกัน แต่มีผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้ง 2 ชุด โดยชุดแรกคือ เจ้าของบ้านตัวจริง ส่วนชุดที่สองนั้นเป็นบุคคลแปลกปลอมที่เจ้าของบ้านไม่รู้จัก และกำหนดให้ไปใช้สิทธิ์คนละคูหากัน ซึ่งเป็นกรณีที่พบในเขตวังทองหลาง 3.กรณีผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว 3 ปีแต่ยังมีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ซึ่งกรณีนี้หากมีผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งเจ้าตัวย่อมไม่รู้เพราะเสียชีวิตไปแล้ว และตรวจสอบได้ยาก เนื่องจากบุคคลที่เสียชีวิตแล้วย่อมสิ้นสภาพ และเสียสิทธิ์ต่างๆ ตามกฎหมาย ซึ่งจะเกิดปัญหาว่า ใครจะมีสิทธิ์ในการขอตรวจสอบหรือทวงสิทธิ์แทนผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว ซึ่งเป็นกรณีที่พบในเขตภาษีเจริญ และ 4.ปัญหารายชื่อบุคคลอื่นแปลกปลอมเข้ามาในทะเบียนบ้านโดยที่เจ้าของบ้านไม่ทราบและไม่ยินยอม ซึ่งเป็นปัญหาที่พบทั้ง 3 เขต ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยชื่นชมที่กกต.กทม.เห็นความสำคัญกับเรื่องนี้ และพรรคเพื่อไทยยินดีที่จะนำข้อมูลที่ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนนั้นส่งต่อให้กับกกต.กทม.ตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเกิดอะไรขึ้น





