"ดร.ศรีประภา"ชำแหละกรรมาธิการสิทธิฯอาเซียน ชี้กฎฉันทามติเป็นอุปสรรค ด้าน"ดร.เสรี"เตรียมผลักดัน อนุสัญญาขจัดความุรนแรงต่อเด็กและสตรี
กรมอาเซียนได้จัดงานเสวนา “เหลียวหลังแลหน้า คณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียน ว่าด้วยสิทธิมนุษยชน หรือ AICHR 3+3 ปี” เพื่อเป็นเกียรติให้กับ ดร.ศรีประภา เพชรมีศรี ผู้แทนไทย AICHR ระหว่างปี 2553-2555 ซึ่งหมดวาระไปในปีที่แล้ว พร้อมกับเปิดตัว ดร.เสรี นนทสูติ ผู้แทน AICHR คนใหม่ที่มีวาระการดำรงตำแหน่งหน้าที่ดังกล่าว ในระหว่างปี 2556-2558 โดย ดร.ศรีประภา กล่าวตอนหนึ่งในงานเสวนานี้ ว่า นับเป็นความสำเร็จของ คณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียน ว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ที่สามารถผลักดันให้มีการประกาศใช้ปฏิญญาสิทธิมนุษยชนอาเซียน ที่จะมีส่วนส่งเสริมและปกป้องให้สถานการณ์สิทธิมนุษยชนในภูมิภาคมีความก้าวหน้า ซึ่งในประสบการณ์ทำงานที่ได้ทำหน้าที่เป็นผู้แทน AICHR ของไทย มองว่า หลักการทำงานอาเซียน
โดยเฉพาะในเรื่องฉันทามติ เป็นสิ่งท้าทายที่ไม่เอื้ออำนวยให้กับการทำงาน ของ AICHR เนื่องจาก ในทางปฏิบัติหาก 9 ประเทศเห็นด้วย แต่อีก 1 ประเทศไม่เห็นด้วย ก็ทำให้เรื่องนั้นไม่มีฉันทามติและเดินหน้าได้ นี่จะเป็นอุปสรรคต่อกลไกสิทธิมนุษยชนฯ และการดำเนินการไปตามกฎบัตรอาเซียน
ด้าน ดร.เสรี กล่าวเปิดใจภายหลังเข้ารับทำหน้าที่ผู้แทนไทนที่ ในฐานะ AICHR คนใหม่ว่า ยินดีที่ได้ทำในสิ่งที่ตนเองมีความสุข และหวังจะได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในอาเซียนมีความก้าวหน้าต่อไป โดยตนมีเป้าหมายในการทำงานด้านสิทธิมนุษยชนอาเซียนว่า จะปฏิบัติตามธรรมนูญการทำงาน หรือทีโออาร์ของ AICHR โดยในปีนี้จะมีสิ่งสำคัญได้แก่ การเผยแพร่เนื้อหาของปฏิญญาสิทธิมนุษยชนอาเซียน เพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้กับภาคประชาชน และจะมีการรับรองอนุสัญญาขจัดความุรนแรงต่อเด็กและสตรี
โดยคาดว่า น่าจะเสร็จสิ้นทันวันที่ 25 พ.ย.นี้ ในส่วนปัญหาเรื่องโรฮิงญา นับเป็นหนึ่งในเรื่องที่น่าหนักใจ และเป็นความท้าทายของอาเซียน โดยต้องมีการหารือกันต่อไปว่า จะยกระดับปัญหานี้ไปสู่เวทีอาเซียนหรือไม่ ส่วนประเด็นอื่นที่หนักใจได้แก่ การหายตัวไปของนายสมบัด สมพอน นักต่อสู้สิทธิฯ ชาวลาว เจ้าของรางวัลแม็กไซไซ หายตัวไป และกรณีมาตรา 112 ของไทย ที่ยังเป็นประเด็นระดับประเทศ





