วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

โฆษกกอ.รมน.ภาค4เชื่อไม่ช้าใต้เห็นแสงสว่าง

"พ.อ.ปราโมทย์"คาดเม.ย.ไฟใต้สงบ เชื่อไม่ช้าเห็นแสงสว่าง โวยสร้างเงื่อนไขบึ้ม

พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน(กอ.รมน.)ภาค 4 ส่วนหน้า บรรยายชี้แจงทำความเข้าใจกับสื่อส่วนกลางเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ความจริงสถานการณ์ในพื้นที่ภาคใต้ขณะนี้กำลังพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้นตามลำดับ เนื่องจากขณะนี้ประชาชนมีความเข้าใจ และปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ถูกแทรกแซงจากประชาคมโลก สิ่งสำคัญที่สุดของสงครามประชาชน คือ ประชาชาชนในพื้นที่จะต้องสามารถใช้ชีวิตในพื้นที่อย่างเสรี สามารถประกอบอาชีพได้ และมีสภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ซึ่งเรื่องเหล่านี้เป็นตัวชี้วัดสถานการณ์ว่า ดีขึ้นหรือเลวลง

สำหรับการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ความไม่สงบ ทาง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบกได้วางยุทธศาสตร์การแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็น 3 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ตั้งแต่ปี 2547-52 เป็นการแก้ปัญหาในพื้นที่ หรือเรียกว่า ช่วงห้ามเลือดโดยเน้นการสร้างความปลอดภัยเป็นหลัก ระยะที่ 2 ตั้งแต่ปี 2553-ปัจจุบัน เป็นการเสริมสร้างความเข็มแข็งให้กับพลเรือนและทุกภาคส่วน โดยในช่วงกลางเดือน พ.ค. นี้ จะมีการส่งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ จำนวน 3,400 อัตราเข้าไปในพื้นที่ และระยะที่3 คาดว่าน่าจะเกิดขึ้นในเดือนเม.ย.นี้ หากสถานการณ์ยุติ กำลังทหารจากกองทัพภาคที่ 1-3 จะส่งมอบพื้นที่ และนำกำลังกลับที่ตั้ง ซึ่งจากสถานการณ์ขณะนี้เราอาจจะพบแสงสว่างในไม่ช้านี้

“จากการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว ประมาณ 5,500 คน แบ่งเป็นประชาชนผู้บริสุทธิ์จำนวน 4.9 พันคน เป็นทหาร 394 นายและตำรวจ 310 นาย ซึ่งภายหลังจากปี 2548 ที่รัฐบาลได้นำ พ.ร.ก.ฉุกเฉินมาใช้ทำให้สถานการณ์ความรุนแรงลดลง แต่ผู้ก่อเหตุพยายามจะย้ำถึงเหตุการณ์ความสูญเสียที่อ.ตากใบ จ.นราธิวาส มาสร้างเป็นเงื่อนไข แต่ดูไม่เป็นธรรมกับฝ่ายรัฐบาล เพราะรัฐบาลพยายามทำความเข้าใจ และสั่งไม่ฟ้องบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ รวมไปถึงการเยียวยา สำหรับเหตุการณ์ใหญ่ๆ 3 ครั้ง คือ เหตุการณ์ที่ตากใบ กรือเซะ และเหตุการณ์ปล้นปืน มีไอ้โม่งคอยกำกับอยู่ด้านหลัง แต่เราไม่รู้ว่าเป็นใคร”โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าว

พ.อ.ปราโมทย์ กล่าวว่า สิ่งที่น่ากลัวที่สุด คือ กลุ่มแนวร่วมผู้ก่อความไม่สงบ ประกอบ ด้วยพ่อค้ายาเสพติด ค้าของเถื่อน หรือนักการเมืองท้องถิ่น นอกจากนี้ ยังมีแนวร่วมมุมกลับ อย่าง กลุ่มเอ็นจีโอ ที่มักจะทำงานตรงข้ามกับรัฐเสมอ ตลอดจนถึงนักวิชาการ ที่เชื่อในทฤษฏีของตนเอง ตลอดจนสื่อมวลชนที่มีการนำเสนอข่าวที่ไม่รู้สถานการณ์ที่แท้จริง จนเป็นการสร้างประโยชน์ให้กลุ่มผู้ก่อเหตุโดยไม่ต้องลงทุน