วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดีเอสไอเผยฮั้วประมูลโรงพักสรุปสำนวนไม่ทัน

อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษคดีฮั้วประมูลโรงพักสรุปสำนวนส่งป.ป.ช.ไม่ทันสัปดาห์นี้

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า วันนี้ (25 ก.พ.) ได้สั่งการให้นายธานินทร์ เปรมปรีดิ์ ผอ.ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทุจริต ตรวจสอบเอกสารหลักฐานคดีฮั้วประมูลโครงการก่อสร้างาอาคารที่ทำการสถานีตำรวจ(ทดแทน) ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) จากการตรวจสอบโดยเรียงลำดับเหตุการณ์ พบว่ายังมีพยานเอกสารบางส่วนไม่ครบถ้วน เช่น กรณีบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้าง 8 ราย เข้าชื่อในหนังสือคัดค้านการเปลี่ยนรูปแบบการประมูล จากประมูลแยกตามกองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 1-9 มาเป็นการประมูลรวมศูนย์ที่สตช.สัญญาเดียว ซึ่งยังขาดความชัดเจนว่าหนังสือจากกลุ่มผู้รับเหมา ส่งถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี หรือไม่ จึงต้องรอการตรวจสอบเลขรับที่แน่ชัดจากสำนักนายกรัฐมนตรีก่อน ดังนั้นตนจะเรียกประชุมคณะพนักงานสอบสวนอีกครั้งในวันที่ 26 ก.พ.นี้ แต่คาดว่าในสัปดาห์นี้จะยังไม่สามารถสรุปสำนวนคดีในส่วนที่เป็นการฮั้วประมูล ส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ จนกว่าจะได้พยานเอกสารครบถ้วนสมบูรณ์

ด้าน พ.ต.ท.ถวัล มั่งคั่ง ผู้เชี่ยวชาญคดีพิเศษ ในฐานะหัวหน้าชุดสอบสวนคดีฉ้อโกงโครงการก่อสร้างโรงพักทดแทน กล่าวถึงความคืบหน้าการสอบสวนคดี ว่า ล่าสุดมีผู้รับเหมาช่วงการก่อสร้างจากบริษัท พีซีซี ดีเวลล็อปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด เข้าร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีฉ้อโกงกับบริษัท พีซีซี ฯ แล้ว 25 ราย คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 50 ล้านบาท โดยขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างตรวจสอบเอกสารชี้แจงของบริษัท พีซีซีฯ ซึ่งยังมีเอกสารสำคัญบางส่วนที่ยังไม่ส่งมอบให้ดีเอสไอ โดยเฉพาะเอกสารการมอบอำนาจจาก สตช.ให้ไปจ้างช่วงต่อได้หรือไม่ โดยดีเอสไอได้แจ้งให้บริษัท พีซีซีฯ ส่งเอกสารสำคัญฉบับดังกล่าวมายืนยันกับดีเอสไอภายในสัปดาห์นี้ หากไม่ส่งมอบแสดงว่าบริษัท พีซีซีฯ ไม่ได้รับมอบอำนาจให้ไปจ้างช่วงต่อ แต่ได้นำงานที่ไม่ได้รับอนุญาตไปว่าจ้างช่วงต่อเข้าข่ายเจตนาฉ้อโกงชัดเจน ดังนั้น ตนจะพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาฉ้อโกงกับผู้บริหารและผู้รับมอบอำนาจจากบริษัท พีซีซีฯ ทันที โดยไม่จำเป็นต้องเรียกเข้าชี้แจงเพิ่มเติม แต่หากมีเอกสารยืนยันว่าได้รับอนุญาตให้จ้างช่วงต่อก็จะยังไม่แจ้งข้อกล่าวหา

พ.ต.ท.ถวัล กล่าวอีกว่า ดีเอสไอ ยังไม่สามารถระบุถึงจำนวนผู้รับเหมาช่วงทั้งหมดที่ทำสัญญาจ้างช่วงกับบริษัท พีซีซีฯ ได้ เนื่องจากบางรายเกรงว่าจะไม่ได้รับเงินลงทุนคืนหรือไม่ได้งานจากบริษัท พีซีซีฯ อีก อย่างไรก็ตามแม้ผู้เสียหายจะเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษไม่ครบทุกราย แต่ข้อเท็จจริงและความเสียหายที่เกิดขึ้นจากผู้เสียหายบางส่วนที่เข้าร้องทุกข์นั้นเพียงพอต่อการแจ้งข้อกล่าวหาได้ ส่วนการเข้าร้องทุกข์ของสตช. ให้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจ ดีเอสไอไม่ก้าวก่าย สำหรับกรณีที่บริษัท พีซีซีฯ อ้างประเด็นสำคัญที่ทำให้การก่อสร้างล่าช้าไม่แล้วเสร็จตามกำหนดนั้นมองว่าเป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้น จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงในส่วนที่มีการส่งมอบงานได้ทันทีก็ไม่สามารถก่อสร้างแล้วเสร็จกัน การอ้างว่าส่งมอบพื้นที่ล่าช้าทำให้งานก่อสร้างไม่เป็นไปตามสัญญาจึงไม่สามารถรับฟังได้