วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดีเอสไอสอบต่อปมโรงพักผู้รับเหมาช่วงเบี้ยว

ดีเอสไอสอบต่อปมสร้างโรงพักผู้รับเหมาช่วงเบี้ยวให้ปากคำ

ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่ห้องสอบสวน ที่ว่าการอำเภอเมืองอุดรธานี พ.ต.ท.ถวัล มั่งคั่ง ผู้เชี่ยวชาญคดีพิเศษเฉพาะทาง ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีผู้รับเหมา กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมคณะเจ้าหน้าที่สอบสวนได้เชิญผู้รับเหมาช่วงก่อสร้างโรงพักทดแทนจากทาง บ.พีซีซี.ดีเวอลอปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จก. ในพื้นที่ภาคอีสานตอนบน เพื่อทำการสอบสวนเพิ่มเติมเป็นวันที่สอง โดยวันนี้มีผู้รับเหมาช่วง จ.สกลนคร มาเพียง 2 รายเท่านั้น

พ.ต.ท.ถวัล เผยว่า เดินทางลงพื้นที่มาตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา เพื่อพบกับผู้รับเหมาช่วงจาก บ.พีซีซี.ฯ ว่าขอเท็จจริงเป็นอย่างไร ได้รับความเสียหายหรือไม่ ที่อุดรธานีและพื้นที่ใกล้เคียงได้นัดและสอบปากคำผู้รับเหมาช่วงไปแล้ว 15 ราย โดยได้ติดต่อนัดหมายไปมากกว่านั้น แต่บางรายก็อ้างว่าติดธุระ ติดงานก่อสร้าง ก็ไม่สามารถมาให้ปากคำได้ ครั้งต่อไปก็จะให้ไปที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ การมาในครั้งนี้เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้เสียหายและอยากรับทราบข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร วันนี้นัดไว้ 9 ราย แต่มาเพียงแค่ 2 รายเท่านั้น โดยเป็นผู้เสียหายในพื้นที่จังหวัดสกลนคร มุกดาหาร บึงกาฬ หนองคาย และเนื่องจากภารกิจของพนักงานสอบสวนจะต้องรีบกลับเข้าไปประชุมเพื่อวางแนวทางการสืบสวนของคดีนี้ต่อไปอีก ถ้าวันนี้ไม่มีการมาให้ปากคำเพิ่มเติม คงต้องปิดการสอบสวนที่อุดรธานี เพื่อนำสำนวนส่งให้ทางอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ

พ.ต.ท.ถวัล กล่าวว่า การขึ้นมาสอบปากคำครั้งนี้ช่วงนี้เราสอบปากคำผู้เสียหายไปแล้ว 20 กว่าราย ค่าความเสียหายต่อรายเฉลี่ยแล้วประมาณ 3 - 5 ล้านบาท จากการสอบสวนทราบว่า แต่ละรายได้รับเงินจากทาง บ.พีพีซีฯ เพียงแค่หลักแสน และมีหลายรายไม่ได้รับเงินเลย เหมือนกับถูกหลอกให้สร้างโรงพักไปก่อน พอได้ค่างวดงานแล้วจะเอามาให้ แต่ก็ไม่เอาเขาเลยก็มี คิดรวมๆโดยเฉลี่ยแล้วก็ประมาณหลายสิบล้านบาททั้งนี้คาดว่าอาทิตย์หน้าจะทราบแนวทางในการพิจารณา ว่าจะต้องเรียกใครมาแจ้งข้อกล่าวหาบ้าง ใครจะต้องรับผิดชอบตามกฎหมายบ้าง เนื่องจากเมื่อวานนี้ได้รับแจ้งจากทาง บ.พีซีซี.ฯ ว่าได้นำข้อมูลมาให้ตามที่เราขอไปหลายสิบรายการ ก็จะรีบไปดำเนินการในเรื่องนี้ต่อเพื่อพิจารณา ถ้าหากข้อมูลหรือหลักฐานที่ บ.พีซีซี.ฯ นำมาชี้แจงมีเหตุมีผล เราก็ยังไม่สมควรที่จะยังไม่แจ้งข้อกล่าวหาอะไร แต่ถ้าชี้แจงแล้วไม่มีน้ำหนัก ไม่มีเหตุผล ก็คงจะเรียกมาแจ้งข้อกล่าวหา และให้ต่อสู้ไปตามกระบวนการยุติธรรม ซึ่งจะเป็นข้อกล่าวหาฉ้อโกงผู้รับเหมาก่อสร้าง

"ตามสัญญาที่ทำกับ สตช. นั้น ทาง บ.พีซีซี. ไม่มีสิทธิ์ที่จะมาจ้างช่วงต่อ ก็เห็นใจทาง สตช. ทางอธิบดี ดีเอสไอ ได้ประสานให้ทาง สตช.มาแจ้งความกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ ก็ยังตรวจว่ายังไม่พบ แต่ที่มาดำเนินคดีนี้ ก็เพื่อช่วยเหลือผู้รับเหมาช่วง และคดีนี้เป็นคดีที่ยอมความกันได้ ถ้าหากไม่มีผู้เสียหายมาก็ไม่สามารถดำเนินคดีได้ แต่ที่เรามาดำเนินคดีนี้ก็คือมาหลอกลวงผู้รับเหมาช่วง"พ.ต.ท.ถวัล กล่าว