วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

คนกรุงเปลี่ยนใจเลือกผู้ว่าฯสูง โอกาสพลิกได้

เอเเบคโพลล์ระบุปชช.อาจเปลี่ยนใจ25.6%เลือกผู้ว่าฯกทม. ย้ำเลือก"พงศพัศ"นำ"สุขุมพันธุ์"ห่างกันไม่ถึง1จุด โอกาสพลิกสูงโค้งสุดท้าย

ดร. นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจ เรื่อง สำรวจลักษณะเด่นหรือโปรไฟลิงก์ (Profiling) ของกลุ่มคนที่ยังเปลี่ยนใจเลือกคนอื่นได้ แต่ถ้าเลือกจะเลือกใคร กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวนทั้งสิ้น 2,498 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการและวิเคราะห์ข้อมูลระหว่างวันที่ 15-20 กุมภาพันธ์ 2556 ที่ผ่านมา โดยใช้การเลือกตัวอย่างแบบแบ่งกลุ่มเชิงชั้นภูมิหลายชั้นเลือกเขต แขวง ชุมชน และลงสัมภาษณ์แบบเคาะประตูบ้านในระดับครัวเรือน ค่าความคลาดเคลื่อนบวกลบร้อยละ 7 พบว่า

ยังคงมีความเป็นไปได้ว่า ผลสำรวจกับผลการเลือกตั้งจริงไม่ตรงกันอาจพลิกได้ เมื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพิ่มเติมในกลุ่มที่อาจเปลี่ยนใจได้ โดยพบว่า ในกลุ่มตัวอย่างที่อาจเปลี่ยนใจได้ร้อยละ 25.6 ระบุ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ แต่ร้อยละ 24.8 ระบุ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร นั่นหมายความว่าห่างกันเพียงไม่ถึง 1 จุดเท่านั้น โอกาสที่จะพลิกจึงยังคงมีอยู่ถ้าประชาชน ผู้อาจเปลี่ยนใจได้มีเพิ่มมากขึ้น และไปใช้สิทธิเลือกตั้งกันมากกว่ากลุ่มคนที่บอกว่าไม่เปลี่ยนใจแล้วในผลโพลล์ แต่ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ยิ่งไปกว่านั้น ในกลุ่มที่อาจเปลี่ยนใจได้อีกสูงถึงร้อยละ 21.3 ระบุ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส นั่นก็หมายความว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ก็มีลุ้นเช่นกัน เพราะคะแนนที่ทิ้งห่างกันไม่เกิน 7 จุด ในการสำรวจครั้งนี้ และยังมีเวลาอีกประมาณ 10 วันก่อนถึงวันเลือกตั้งอะไรก็อาจเกิดขึ้นได้

ดร.นพดล กล่าวต่อว่า เมื่อดึงข้อมูลกลุ่มตัวอย่างที่อาจเปลี่ยนใจได้อีกมาวิเคราะห์ลักษณะเด่น หรือทำโปรไฟลิงก์ (Profiling) พบว่า ในกลุ่มที่อาจเปลี่ยนใจได้ร้อยละ 55.6 เป็นหญิง ร้อยละ 49.6 อายุ 40 ปีขึ้นไป ร้อยละ 48.0 รายได้เกิน 10,000 บาทต่อเดือน ร้อยละ 80.4 ของกลุ่มคนที่อาจเปลี่ยนใจได้นี้มีสิทธิเลือกตั้งและมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านของกรุงเทพมหานครมากกว่า 15 ปีและเป็นกลุ่มที่อยู่กรุงเทพมหานครมาตั้งแต่เกิด อย่างไรก็ตาม ร้อยละ 48.5 ของคนกลุ่มนี้ “ไม่แน่ใจ” ว่าจะไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 3 มีนาคมที่จะถึงนี้หรือไม่

ที่น่าเป็นห่วงคือ ผลสำรวจพบแนวโน้มของประชาชนที่รับรู้การซื้อขายเสียงเพิ่มขึ้นในชุมชนที่พักอาศัยจากร้อยละ 12.2 ในช่วงวันที่ 8 - 13 ก.พ. มาอยู่ที่ร้อยละ 15.7 ในช่วงวันที่ 15 - 20 ก.พ. ที่ผ่านมา

จากการพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 54.1 เป็นหญิง ร้อยละ 45.9 เป็นชาย ตัวอย่างร้อยละ 3.4 อายุ น้อยกว่า 20 ปี ร้อยละ 17.9 อายุระหว่าง 20-29 ปี ร้อยละ 21.5 อายุระหว่าง 30-39 ปี ร้อยละ 22.7 อายุระหว่าง 40-49 ปี และ ร้อยละ 34.5 อายุ 50 ปีขึ้นไป ตัวอย่างร้อยละ 71.3 สำเร็จการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี ร้อยละ 28.7 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ขึ้นไป ตัวอย่างร้อยละ 33.7 ระบุอาชีพค้าขาย/ธุรกิจส่วนตัว ร้อยละ 31.5 ระบุเป็นพนักงานเอกชน ร้อยละ 7.1 ระบุข้าราชการ/พนักงานรัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 4.2 เป็นนักเรียนนักศึกษา ร้อยละ 7.8 รับจ้างใช้แรงงานทั่วไป ร้อยละ 10.7 เป็นแม่บ้าน/พ่อบ้าน/เกษียณอายุ ร้อยละ 5.0 ว่างงาน/ไม่ได้ประกอบอาชีพ