จับตาพรุ่งนี้ (21ก.พ.) ศาลอาญาจะมีคำสั่งชันสูตรพลิกศพการเสียชีวิต"มานะ"ถูกกระสุนยิงเสียชีวิตในช่วงประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯกระชับพื้นที่ปี53
21 ก.พ.นี้ ศาลอาญา จะมีคำสั่งชันสูตรพลิกศพการเสียชีวิตของ นายมานะ อาจราญ ซึ่งถูกกระสุนยิงเสียชีวิตในช่วงที่มีประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฯ กระชับพื้นที่การชุมนุมของกลุ่มนปช. ในวันที่ 10 เม.ย.53 บริเวณราชดำเนิน - แยกคอกวัว
คดีนี้ถือเป็นสำนวนที่ 6 จากทั้งหมดกว่า 20 ราย ที่ศาลจะมีคำสั่งชี้เกี่ยวกับเสียชีวิตในเหตุการณ์ชุมนุม นปช. เมื่อปี 2553
ก่อนหน้านี้ศาลอาญา ได้ทำคำสั่งชันสูตรศพ สำนวนแรก คือนายพัน คำกองว่า นายพัน เสียชีวิตบริเวณ ถ.ราชปรารภ เมื่อวันที่ 15 พ.ค.53 เหตุที่ตายเกิดจากถูกลูกกระสุนปืนขนาด .223 มม. ซึ่งทหารร่วมกันยิงไปที่รถตู้ แล้วลูกกระสุนปืนไปถูกนายพันถึงแก่ความตาย
ซึ่งกรณีของนายพัน กลายเป็นจุดเริ่มต้น ที่ดีเอสไอ ได้ตั้งสำนวนกล่าวหานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายก ฯว่า “ ร่วมกันก่อให้ผู้อื่นฆ่าคนตายโดยเจตนาเล็งเห็นผล ”
จากนั้นไม่นานภายในปี 2555 ทั้งศาลอาญา และศาลอาญากรุงเทพใต้ ก็ทำคำสั่งการชันสูตรศพบุคคลที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ กระชับพื้นที่การชุมนุมของกลุ่ม นปช. ทยอย ออกมาอีก 3 ราย
และมีคำสั่งไปแนวทางเดียวกันว่า การเสียชีวิตเกิดจากกระสุนที่มาจากทิศทางเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยในพื้นที่ตามประกาศคำสั่ง ศอฉ.
แต่แล้วล่าสุดในคดีที่ 5ศาลอาญากรุงเทพใต้ ทำคำสั่งชี้เหตุการเสียชีวิตของนายบุญมี เริ่มสุข หรือลุงบุญมี อายุ 70 ปี ซึ่งร่วมในเหตุการณ์ชุมนุมและถูกยิงเมื่อวันที่ 14 พ.ค.53 ว่า ตายจากการติดเชื้อในกระแสเลือดซึ่งถูกยิงเข้าบริเวณช่องท้อง ด้วยกระสุนปืนขนาด .223 ขณะอยู่ที่ ถ.พระราม 4 (ย่านบ่อนไก่)โดยยังไม่ทราบแน่ชัดว่าใครเป็นผู้ลงมือกระทำ เพราะ มีการยิงตอบโต้กันระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมและทหาร และหัวกระสุนที่ลุงบุญมี ถูกยิงคือ .223 นั้น นอกจากทหารใช้กระสุนขนาด .223 แล้ว กลุ่มคนที่ปะปนอยู่ในกลุ่ม นปช. ก็ใช้กระสุนขนาด .223 เช่นกัน
คำสั่งดังกล่าวกลายเป็นชนวนวิจารณ์อย่างกว้างขวาง เพราะเป็นสำนวนแรกที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ มีความเห็นต่างจากอีก 4 สำนวนที่เป็นไปแนวทางเดียวกันว่า เกิดจากกระสุนที่มาจากทิศทางเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยในพื้นที่ตามประกาศ คำสั่ง ศอฉ.
ขณะที่คดีของ นายมานะ อาจราญ ที่รอศาลอาญามีคำสั่งในวันที่ 21 ก.พ.นี้ จะเป็นอีกครั้งที่ได้ลุ้นว่า จะออกมาในทางใด
โดยคดีนี้มีพยานฝ่ายอัยการ ผู้ร้องเข้าเบิกความ ได้ความว่าขณะเสียชีวิต นายมานะ เป็นเจ้าหน้าที่สวนสัตว์ดุสิต แผนกบำรุงรักษา
มีพยานใกล้ชิดผู้ตายอย่าง นายมาโนช บิดาของนายมานะ ที่เป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยสวนสัตว์ดุสิต ก็ระบุว่าวันเกิดเหตุได้เข้าเวรอยู่ที่ประตู ถ.ราชวิถี ทราบจากเจ้าหน้าที่ว่าลูกชายถูกยิงภายในเขตสวนสัตว์ จึงรีบวิ่งมาดู ซึ่งเชื่อว่าการตายน่าจะเกิดจากเจ้าหน้าที่ทหาร เนื่องจากในช่วงเวลาดังกล่าวประชาชนไม่สามารถเข้าไปได้
ขณะที่คำเบิกความสอดรับกับ นายบุญมี แก้วไทรท้วม เจ้าหน้าที่ดูแลสัตว์ ที่มีศักดิ์เป็นอาของนายมานะ พยานอีกปากก็ระบุว่า เข้าเวรพร้อมนายมานะเพื่อให้อาหารเต่า เวลา 17.00- 23.00 น. ระหว่างนายมานะ ขับรถมอเตอร์ไซด์ไปตอกบัตรออกเวร ประมาณ 2 นาที ก็ได้ยินเสียงปืนหลายนัด พอเสียงปืนสงบจึงรีบวิ่งออกไปดูเห็นนายมานะถูกยิงนอนคว่ำหน้า ขณะเดียวกันก็ยังได้ยินเสียงปืนดังขึ้นมาอีกจึงหาที่หลบ ระหว่างนั้นสังเกตุเห็นทหารแต่งชุดลายพรางเดินไปมาจึงไม่กล้าเดินออกมา
และยังมีนายสุทัศน์ สุทธิวงศ์ หัวหน้าฝ่ายพัฒนาสวนสัตว์ พยานอีกปาก ระบุว่า เมื่อวันที่10 เม.ย.53 รัฐบาลประกาศภาวะฉุกเฉิน ทำให้มีทหารเข้ามาใช้พื้นที่ภายในสวนสัตว์ดุสิตเป็นที่พักโดยทหารจะมาพักอยู่บริเวณอาคารจอดรถของสวนสัตว์ดุสิต ประมาณ 4-5 กองร้อย วันเกิดเหตุเวลา 23.00 น. เจ้าหน้าที่ รปภ.โทรศัพท์มาแจ้งว่ามีเหตุยิงกันบริเวณอาคารจอดรถ ซึ่งมีเสียงปืนดังผ่านเข้ามาในโทรศัพท์ เมื่อขี่รถจักรยานยนต์ไปยังอาคารจอดรถที่อยู่ใกล้ประตูฝั่งหน้ารัฐสภา ต่อมามีทหารบอกให้หมอบลงเพื่อความปลอดภัย กระทั่งเวลาผ่านไปประมาณ 15-20 นาทีเสียงปืนจึงสงบลง พบปลอกกระสุนปืน 3-4 ปลอก ซึ่งอยู่ห่างจากศพผู้ตาย 15-20 เมตร
นอกจากนี้ยังมี ร.ต.ต.ณรงค์ คำโพนรัตน์ พนักงานตำรวจ สน.สามเสน และ พ.ต.ท.สำเริง ส่งเสียง ตำรวจกองกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี เบิกความว่า ที่สวนสัตว์ดุสิต เป็นจุดรวมพล กระทั่งเวลา 23.30 น. มีกำลังทหารวิ่งเข้ามาหลบหาที่กำบังภายในบริเวณลานจอดรถ จากนั้นทหารได้ยิงปืนขึ้นฟ้ามุมเฉียง 45 องศา เสียงปืนดังอยู่นาน30 นาทีจึงสงบลง ซึ่งช่วงเกิดเหตุได้รับแจ้งทางวิทยุสื่อสารว่ามีเหตุยิงกันที่รัฐสภาเมื่อตรวจสอบพบทหาร 30 นาย นอนอยู่ในสภาพหมอบบนพื้น เล็งปืนอาวุธปืนเอ็ม 16 ไปยังรัฐสภา
แม้ว่าพยานที่อัยการ ผู้ร้อง นำมาไต่สวนจะไม่มีใครเห็นขณะนายมานะถูกยิง แต่คำบอกเล่าของพยานซึ่งเห็นเหตุการณ์แต่ในช่วงเวลาจะเป็น"ผู้ร้อยเรื่องราว"ให้ศาลได้ประมวล เพื่อทำคำสั่งว่านายมานะ เสียชีวิตเพราะเหตุใด.. จะเป็นไปแนวทางใกล้เคียงกับผู้เสียชีวิต 4 รายที่ศาลระบุว่ามาจากกระสุนเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่ง ศอฉ.หรือไม่....?? หรือ เป็นการเสียชีวิตที่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าใครเป็นผู้ลงมือกระทำ เหมือนกรณีของลุงบุญมี เริ่มสุข ศพรายที่ 5 !!!
และจะเป็น"คดีที่ 6" ที่จะชี้ชะตากรรม "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ- สุเทพ เทือกสุบรรณ "





