"พล.อ.ประยุทธ์"ระบุตั้ง "วาดะห์" ปรึกษาแก้ไฟใต้มีประโยชน์ เตือนอย่าชี้นำใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงแทน
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (รองผอ.รมน.) ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางลงพื้นที่จังหวัดปัตตานีว่า เป็นการเดินทางไปตรวจสอบการปฏิบัติงานตามนโยบาย ซึ่งเป็นไปตามห้วงระยะเวลา สำหรับการเดินทางครั้งนี้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ผอ.รมน) ได้มอบหมายให้ตนและพล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี พร้อมทั้ง พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รองผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศปก.กปต.) และพล.อ.อุดมเดช สีตบุตร เสนาธิการทหารบก ในฐานะเลขาธิการ กอ.รมน. ลงไปติดตามการปฏิบัติการในทุกภาคส่วน
เมื่อถามถึงเหตุการณ์ผู้ก่อความไม่สงบขว้างระเบิดและยิงถล่มใส่ฐานทหารที่ร้อย ร.5032 ร.5 พัน 2 ประจำ ฉก.ยะลา 11 อ.เมือง จ.ยะลา ขณะที่ทหารเล่นกีฬาจนมีทหารได้รับบาดเจ็บหลายนาย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ถ้าไม่ระวังก็ต้องโดน ตนได้ย้ำหลายครั้งแล้วว่า การจะเล่นกีฬา หรือการรวมพลต้องระมัดระวังตนเอง เจ้าหน้าที่จะเผลอไม่ได้ หากเผลอต้องได้รับบาดเจ็บ
เมื่อถามว่าหนักใจหรือไม่กรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ตั้งกลุ่มวาดะห์ขึ้นมาเป็นที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีเพื่อแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่มีอะไรหนักใจ ถ้าหนักใจคงทำงานไม่ได้ เจ้าหน้าที่ต้องหนักแน่น และสื่อต้องหนักแน่นเช่นเดียวกัน การจะตั้งที่ปรึกษาเป็นเรื่องของแต่ละฝ่าย ซึ่งสามารถตั้งใครมาก็ได้ ทั้งนี้ต้องให้เวลาทำงาน และดูว่าทำได้แค่ไหนอย่างไร คิดว่า ก็มีประโยชน์ ซึ่งที่ผ่านมาการตั้งที่ปรึกษาก็มีหลายระดับ ทั้ง กอ.รมน.ภาค 4ส่วนหน้า และ ศอ.บต. รองนายกรัฐมนตรีก็มีที่ปรึกษา และขณะนี้มีที่ปรึกษาหลายที่ หลายกลุ่ม ไม่ได้มีกลุ่มวาดะห์เพียงอย่างเดียว
เมื่อถามย้ำว่า กลุ่มวาดะห์พยายามชี้นำรัฐบาลให้ใช้พ.ร.บ.ความมั่นคง แทน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในทุกพื้นที่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า กลุ่มวาดะห์ไม่ได้ชี้นำ ใครชี้นำไม่ได้ทั้งนั้น เรื่องมาตรา 21 ของ พ.ร.บ.ความมั่นคง ฝ่ายความมั่นคงเป็นคนคิดและเสนอออกไป ทุกอย่างมีกระบวนการคิด โดย กอ.รมน.เป็นคนคิดมานานแล้ว เรื่อง พ.ร.บ.ความมั่นคง เกิดมาตั้งแต่พ.ศ.2551 และมีมาตรา 21 แล้ว ซึ่งเป็นการดำเนินการในพื้นที่ของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า โดยมีคณะกรรมการ 2 ชุด ในการกลั่นกรองรายชื่อผู้ที่มามอบตัว หากเข้าหลักเกณฑ์ก็จะไม่ฟ้องศาล และเสนอต่อ ผอ.รมน.ให้นำเข้าสู่กระบวนการอบรม เพื่อกลับออกมาเป็นผู้ร่วมพัฒนา ใครมีคดีความมากก็ไปดำเนินตามกระบวนการยุติธรรม ทุกอย่างมีกติกาอยู่แล้วดังนั้นต้องศึกษาให้ละเอียด





