ภาคประชาชนเผยปตท.เปิดเผยสัญญาที่ทำกับพม่า แนะยกเลิกผูกขาดนำเข้าก๊าซธรรมชาติ เพียงผู้เดียว เสนอขายก๊าซเสรี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เครือข่ายประชาชนปกป้องประเทศ สภาธรรมาภิบาล สภาเครือข่ายการเมืองภาคพลเมือง ประมาณ 20 คน นำโดยนายวิวัฒน์ชัย กุลมาตย์ สภาเครือข่ายการเมืองภาคพลเมือง ได้เดินทางมาหนังสือเปิดผนึกถึงรัฐบาลที่ประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล โดยมีนายสุภรณ์ อัตถาวงษ์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี รับหนังสือไว้
หนังสือระบุว่า ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ออกมาให้ข่าวเรื่องที่พม่าจะหยุดส่งก๊าซให้ไทย ซึ่งจะมีผลต่อต้นทุนค่าไฟฟ้า และสร้างความตื่นตระหนกเสมือนว่า จะขาดแคลนก๊าซที่เป็นต้นทุนการผลิตกระแสไฟฟ้าในเดือนเมษายน จะเป็นการเตรียมการและสร้างเงื่อนไข เพื่อขึ้นค่าไฟฟ้ากับประชาชนอีกหรือไม่
"ความผิดพลาดอยู่ที่สัญญาระหว่างไทย กับพม่า ซึ่งภาคประชาชนต้องการให้ปตท.เปิดเผยสัญญาและคนที่จะต้องรับผิดชอบคือปตท.กับเจ้าหน้าที่รัฐ ที่กำหนดนโยบายให้ปตท.ผูกขาด การนำเข้าก๊าซธรรมชาติ รับหน้าที่ผูกขาดการซื้อขายก๊าซทั้งที่ควรยกเลิก การผูกขาดและการนำเข้าออกก๊าซธรรมชาติจากปตท.เพียงผู้เดียว ควรให้มีการซื้อขายก๊าซอย่างเสรี เพราะเวลามีปัญหาก็จะโยนภาระให้ประชาชนแบกรับ ขณะที่เวลามีกำไรก็นำไปแบ่งเฉพาะผู้ถือหุ้น ถือว่าเอาเปรียบเบียดเบียนประชาชนอีกทั้งประเทศไทย ยังขายก๊าซธรรมชาติของไทยในอ่าวไทยให้แก่มาเลเซียในราคาเพียง 2.6บาทต่อกิโลกรัม แต่จัดหาในราคาแพงโดยซื้อจากพม่าในราคา 12 บาท ซึ่งถือว่าบริหารราชการผ่านดินเสียหายไม่ชอบธรรม"
นอกจากนี้ ขอให้รัฐบาลยกเลิกมติคณะรัฐมนตรี สมัยรัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่ให้ปิโตรเคมีใช้ก๊าซหุงต้มที่ผลิตจากก๊าซธรรมชาติในประเทศมีสิทธิ์ใช้ก่อน และการกำหนดราคาให้มีการตกลงกันระหว่างผู้ซื้อขายคือบริษัทในเครือปตท. ซึ่งผลประโยชน์ได้จากทรัพยากรแผ่นดินในประเทศ แต่กลับมีภาคธุรกิจเอกชนเท่านั้น ที่ได้ประโยชน์ ขณะที่ประชาชนทั้งประเทศต้องแบกรับภาระ จึงขอให้คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ มีมติให้ภาคปิโตรเคมี ต้องจ่ายเงินสมทบกองทุนน้ำมันเท่ากับอุตสาหกรรมอื่น คือ 12 บาท/กิโลกรัม อีกทั้งต้องจ่ายในราคาซื้อเท่าราคานำเข้า เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องแบกรับต้นทุนของปิโตรเคมี ที่ทำกำไรให้เอกชนและปตท.





