"อภิสิทธิ์"จี้นายกฯปลด"เฉลิม"พ้นดับไฟใต้ เนื่องจากพูดไปเรื่อย พื้นที่สถานการณ์ไม่ดีขึ้น ประชาชนต้องเผชิญกับความเดือดร้อน
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เกิดเหตุระเบิดหลายจุดในจ.ปัตตานีเมื่อวันที่16-17ก.พ.ว่า เห็นด้วยที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เรียกประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคง แต่สิ่งที่ต้องเร่งทำคือข้อยุติในระดับนโยบายว่า จะต้องมีการปรับเปลี่ยนอย่างไรรวมถึงการทบทวนผู้ที่รับผิดชอบด้วย หากร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯที่ได้รับมอบหมายไม่พร้อมที่จะลงพื้นที่ ดังนั้นนายกฯควรต้องตัดสินใจว่าจะให้รองนายกฯคนใดไปรับผิดชอบเรื่องนี้ เพราะหากจะให้พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ที่ปรึกษานายกฯซึ่งไม่มีสถานะในรัฐบาลไปดูแลคงไม่ได้ เนื่องจากไม่มีอำนาจสั่งการ แต่สามารถเป็นผู้ที่ให้คำปรึกษาได้
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม ออกมาระบุว่ามีแนวคิดที่จะให้ชนะโดยไม่ต้องรบอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ ร.ต.อ.เฉลิมพูดไปเรื่อย แต่ในพื้นที่สถานการณ์ไม่ดีขึ้น ประชาชนต้องเผชิญกับความเดือดร้อน จึงอยากให้ออกนโยบายอย่างเป็นระบบ ที่นายกฯและคนที่ได้รับมอบหมายสามารถบอกทิศทางกับทุกหน่วยงานได้ เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นสะท้อนหลายอย่างทั้งความเกี่ยวโยงกับความผิดพลาดในอดีต เช่น กรณีตากใบจนถึงการที่ ร.ต.อ.เฉลิมพยายามโฆษณาประชาสัมพันธ์ถึงการไปทำงานกับมาเลเซีย ซึ่งตนก็เคยเตือนไปแล้ว ทั้งนี้ที่ผ่านมาปัญหาเรื่องการปฏิบัติงานของฝ่ายรัฐจะมีอยู่เป็นระยะ ๆ จึงเป็นเหตุผลว่าจำเป็นต้องมีฝ่ายการเมืองเข้าไปดูแลไม่สามารถทิ้งพื้นที่แล้วปล่อยให้เจ้าหน้าที่ทำงานโดยไม่มีฝ่ายนโยบายเข้าไปสนับสนุน
เมื่อถามว่า หากผู้บริหารใช้วิธีการอยู่ที่กทม.แล้วสร้างวาทกรรมรายวันจะแก้ปัญหาได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มีแต่จะรุนแรงขึ้นและตอนนี้ทุกคนก็ห่วงใยไม่ใช่เฉพาะคนในพื้นที่ เพราะความรุนแรงที่เกิดขึ้นทำท่าจะลุกลามออกไปมากขึ้นในแง่ของระดับความรุนแรงและความหลากหลายของรูปแบบในการก่อความไม่สงบ อย่างไรก็ตามยังเชื่อว่ารัฐบาลคงเดินต่อไปตามแนวทางเดิมไม่ได้ เพราะชัดเจนว่าแนวทางที่ทำมาต้องมีการปรับปรุง
“รัฐบาลไม่ได้มีความชัดเจนว่าแนวทางแก้ปัญหาเป็นอย่างไร เนื่องจากมองปัญหาแบบแยกส่วน และเห็นว่าฝ่ายที่ก่อความไม่สงบพยายามที่จะยกระดับปัญหาซึ่งเป็นหน้าที่รัฐบาลต้องสกัดกั้นจึงจำเป็นต้องมีคนเกาะติดพื้นที่เพื่อป้องกัน แต่ถ้าควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ก็จะไม่เป็นผลดี เพราะปัจจุบันต่างชาติก็จับตาปัญหาความไม่สงบในภาคใต้อยู่แล้ว โดยที่ผ่านมามีความพยายามเข้าใจกับภาคต่างประเทศทั้งภาครัฐ ผู้นำทางศาสนา และการทูต สิ่งเหล่านี้ต้องทำต่อเนื่อง ส่วนการสร้างขวัญกำลังใจด้วยการเพิ่มเบี้ยเสี่ยงภัยให้กับครูในพื้นที่นั้น เห็นว่าสิ่งใดเป็นเรื่องจำเป็นก็ต้องทำอยากให้รัฐบาลประเมินสถานการณ์และทบทวนใหม่ “นายอภิสิทธิ์ กล่าว





