วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กกต.รับคำร้อง'เสรีพิศุทธ์' ปมดุสิตโพลชี้นำ

กกต.กทม. มีมติ รับคำร้อง "เสรีพิศุทธ์" ปม สวนดุสิตโพล ทำโพลล์ชี้นำ ชี้ข้อเท็จเข้าองค์ประกอบ

พล.ต.ท.ทวีศักดิ์ ตู้จินดา ประธาน กกต.กทม.แถลงภายหลังการประชุม กกต.กทม.วันนี้ (15 ก.พ.) ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบตามที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกทม.เสนอให้รับเรื่องที่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.หมายเลข 11 ร้องขอให้ตรวจสอบการทำและเผยแพร่ ผลสำรวจความคิดเห็น ประชาชนเกี่ยวกับการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ของสวนดุสิตโพลไม่เป็นไปตามหลักวิชาการ ไว้เป็นคำร้องเพื่อนพิจารณาวินิจฉัย

โดยจากนี้คณะอนุกรรมการสืบสวนสอบสวนของ กกต.กทม.ก็จะดำเนินการสอบสวนประเด็นตามคำร้อง โดยจะดูว่าคำถามที่มีการตั้งในการทำการสำรวจนั้นเป็นอย่างไร ประชาชนมีการแสดงความคิดเห็นอย่างไร เข้าข่ายองค์ประกอบความผิด มาตรา 57 (5) ของ พ.ร.บ.เลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นฯหรือไม่อย่างไร โดยจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 20 วัน โดยสามารถขอขยายเวลาการสอบสวนได้ 2 ครั้ง ครั้งละ 15 วัน ก่อนที่จะเสนอ กกต.กทม.พิจารณา ซึ่ง กกต.กทม.ก็จะมีความเห็นเสนอต่อ กกต.กลางให้มีคำวินิจฉัยต่อไป

พล.ต.ท.ทวีศักดิ์ กล่าวด้วยว่า การที่กกต.กทม.รับคำร้องนี้ไว้วินิจฉัย เพราะเนื้อหาคำร้องและหลักฐานที่นำมาเสนอมีความแตกต่างจากคำร้องของนายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ผู้สมัครหมายเลข 6 ที่ กกต.ยกคำร้องไปก่อนหน้านี้ เนื่องจากคำร้องของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างผู้สมัคร กับผู้ที่ทำโพลล์อย่างชัดเจน แต่คำร้องของนายสัณหพจน์ เป็นการนำเอกสารจากสื่อฯมาร้องเรียน ไม่มีหลักฐานอะไรที่จะเชื่อมโยงได้ โดยก่อนหน้าที่ กกต.กทม.จะมีมติ ในครั้งนี้ ก็ได้มีหนังสือขอข้อมูลเอกสารเกี่ยวกับการจัดทำโพลล์ในช่วงเวลาที่มีการร้องจากนายสุขุม เฉลยทรัพย์ ผู้อำนวยการสวนดุสิตโพล และนายสุขุมก็ได้จัดส่งเอกสารมาให้ ซึ่งมีจำนวนกว่า 4,000 หน้า ซึ่งคณะอนุกรรมการก็จะนำไปพิจารณาประกอบคำร้อง ถ้าหากเห็นว่ามีความซับซ้อนในเรื่องการของทำสำรวจ ก็อาจจะเชิญผู้เชี่ยวชาญในมหาวิทยาลัยชั้นนำมาให้ความเห็น เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงว่าการทำโพลล์ดังกล่าวเป็นไปตามหลักวิชาการหรือไม่

พล.ต.ท.ทวีศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าว กกต.กทม.ไม่จำเป็นต้องสอบสวนให้แล้วเสร็จก่อนการลงคะแนนเลือกตั้ง เพราะหากเสร็จในภายหลังการลงคะแนนเลือกตั้งแล้วพบว่า ความผิดดังกล่าวเกี่ยวข้องกับผู้ที่ได้รับเลือกตั้ง กกต.ก็สามารถไม่ประกาศรับรองผลได้ หรือถ้าไม่เสร็จทันในช่วงดังกล่าวหลังการประกาศรับรองผลไปแล้ว พบเป็นความผิด กกต.ก็สามารถสอยในภายหลังได้ ซึ่งก็จะต้องรับผิดชอบค่าจัดการเลือกตั้งใหม่ 170 ล้านบาท