"พล.ต.อ.วิเชียร"หอบเอกสารแจงคดีโรงพักฉาว แจงดำเนินการถูกต้องทุกขั้นตอน ขณะที่ดีเอสไอไม่หวั่นกรณีสตช. ระบุไม่พบความเสียหาย ยันสอบสวนต่อ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะอดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เดินทางเข้าให้ปากคำพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ในฐานะพยานกรณีสอบสวนโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจ (ทดแทน) 396 แห่ง และโครงการก่อสร้างที่พักอาศัย (แฟลต) ตำรวจ 163แห่ง ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) โดยพล.ต.อ.วิเชียรกล่าวว่า ตนมีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการดังกล่าวในช่วงที่ดำรงตำแหน่งเป็นรองผบ.ตร.ระหว่างวันที่ 5 พ.ย.2552- 1 ก.ย. 2553 และเกี่ยวข้องในช่วงที่ได้ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นผบ.ตร.เมื่อวันที่ 2 ก.ย.2553-14 ต.ค. 2554 ซึ่งในช่วงที่เป็นผบ.ตร.ตนมีความเกี่ยวข้องในการรับรองเอกสารและเสนอให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี อนุมัติจัดจ้างบริษัท พีซีซี ดิเวลลอปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด ซึ่งเป็นผู้ชนะการประมูล
พล.ต.อ.วิเชียรกล่าวว่า ทั้งนี้เอกสารที่นำมามอบให้ดีเอสไอมีทั้งเอกสารเกี่ยวกับโครงการสร้างสถานีตำรวจ (ทดแทน) จำนวน 300 หน้า และโครงการก่อสร้างแฟลตตำรวจ จำนวน 242หน้า นอกจากนี้ได้ชี้แจงเฉพาะในส่วนที่เข้าไปเกี่ยวข้องเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ผ่านมานานแล้ว ดังนั้นเอกสารบางส่วนอาจต้องใช้เวลาเพราะต้องรอสตช.จัดส่งให้ อย่างไรก็ตาม ตนยืนยันว่าที่ผ่านการการดำเนินการทุกขึ้นตอนเป็นระเบียบราชการ
ด้านนายธานินทร์ เปรมปรีดิ์ ผอ.ศูนย์ป้องกันและปราบปรามทุจริต กล่าวว่า พล.ต.อ.วิเชียรได้ชี้แจงพร้อมส่งคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษรประกอบคำให้การเพิ่มเติม ซึ่งพนักงานสอบสวนจำเป็นต้องใช้เวลาในการตรวจสอบเอกสารสักระยะว่าตรงกับที่ชี้แจงไว้หรือไม่ ซึ่งหลังจากการเข้าให้ปากคำในกลุ่มของอดีตผบ.ตร.ที่เกี่ยวข้องกับการเสนอและอนุมัติโครงการแล้ว กลุ่มต่อไปที่พนักงานสอบสวนดีเอสไอจะเชิญเข้าให้ปากคำคือกลุ่มเจ้าหน้าที่สำนักงบประมาณและส่งหนังสือถึงนายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง เพื่อขอให้จัดส่งเจ้าหน้าที่พัสดุเข้าชี้แจงขั้นตอนและระเบียบทางพัสดุ สำหรับการเรียกผบ.ตร.ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารสัญญามาให้ปากคำหรือไม่ต้องมีการหารืออีกครั้ง
สำหรับกรณีที่คณะกรรมการตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิจารณาร้องทุกข์ดำเนินคดีในการจัดสร้างโครงการดังกล่าว ที่มี พล.ต.อ.เจตน์ มงคลหัตถี ที่ปรึกษาสบ.10 ในฐานะประธานตรวจสอบ สรุปผลสอบไม่พบการฉ้อโกงในเรื่องดังกล่าวนั้น นายธานินทร์ กล่าวว่า ถือเป็นดุลยพินิจของตำรวจ ซึ่งไม่กระทบกับการสอบสวนของดีเอสไอที่มีการพิจารณาคดีตามพยานหลักฐานที่ได้จากการรวบรวมข้อเท็จจริง
ขณะที่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิจารณาร้องทุกข์ดำเนินคดีในการจัดสร้างโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจ(ทดแทน)และโครงการก่อสร้างแฟลตตำรวจ ชุดที่มีพล.ต.อ.เจตน์ มงคลหัตถี ที่ปรึกษาสบ.10 ในฐานะประธานตรวจสอบ สรุปผลสอบไม่พบการฉ้อโกงในเรื่องดังกล่าวว่าขณะนี้จากการพิจารณาของดีเอสไอพบว่าเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงจึงได้แจ้งให้สำนักงานตำรวจแห่งชิต(สตช.)เข้าร้องทุกข์ดำเนินคดีเพื่อให้ดีเอสไอสามารถมีอำนาจสอบสวนได้ครบถ้วนยิ่งขึ้น แต่ถ้าตำรวจเห็นว่าไม่มีความเสียหายดีเอสไอก็ต้องเคารพความเห็นสตช.ไปก่อน จนกว่าการสอบสวนจะพบหลักฐานที่ชัดเจนก็จะประสานไปยังสตช.เพิ่มเติม ขณะนี้ดีเอสไอยังทำอะไรไม่ได้เพราะสตช.ถือเป็นผู้เสียหายโดยตรง





