3 รายเสียชีวิตถูกหน่วยนาวิกฯวิสามัญฆาตกรรม เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ตากใบเมื่อปี 2547 ญาติวอนรัฐช่วย
ความคืบหน้าเหตุเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยนาวิกโยธินวิสามัญฆาตกรรมผู้ก่อความไม่สงบ 16 ราย ขณะเตรียมโจมตีฐานปฏิบัติการกองร้อยปืนเล็กที่ 2 บ้านยือลอ ต.บาเระเหนือ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เมื่อเวลาประมาณ 01.00 น.วันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมานั้น
ล่าสุด จากการชันสูตรศพ และตรวจสอบประวัติผู้เสียชีวิต พบว่ามี 3 ราย คือ นายมะสักรี สะสะ ,นายสะอุดี อาลี และนายฮาเซ็ม บือราเฮง มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ตากใบ หรือเหตุชุมนุมประท้วงที่หน้า สภ.ตากใบ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 25 ต.ค.2547 ซึ่งภายหลังมีการสลายการชุมนุม และมีการเคลื่อนย้ายผู้ชุมนุมจนมีผู้เสียชีวิต 85 ราย
นายมะสักรี เคยอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 53 หมู่ 4 ต.บาเระใต้ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นบ้านของพี่สาว คือ นางฟารีดะห์ สะสะ โดยเธอเปิดเผยว่า น้องชายไม่เคยกลับบ้านเลยกว่า 10 ปี และเคยมีเจ้าหน้าที่ของรัฐพยายามให้ติดต่อเพื่อเกลี้ยกล่อมให้น้องชาย ยอมวางอาวุธและเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่น้องชายไม่ยอม
ขณะที่ นายสะอุดี อาลี อยู่บ้านเลขที่ 52 หมู่ 4 ต.บาเระใต้ อ.บาเจาะ เป็นลูกชายคนที่ 4 ของครอบครัว เคยอาศัยอยู่กับมารดา จากการตรวจสอบประวัติ พบว่าเคยถูกจำคุกที่เรือนจำจังหวัดนราธิวาสนานกว่า 2 ปีครึ่ง จากเหตุการณ์ประท้วงที่หน้า สภ.ตากใบ หลังออกจากเรือนจำเคยโดนยิงในพื้นที่ อ.บาเจาะ กระทั่งภายหลังได้เข้าร่วมขบวนการก่อความไม่สงบ จากนั้นไม่เคยติดต่อกลับมาที่บ้านอีกเลยเป็นเวลานานนับปีจนเสียชีวิต
ส่วน นายฮาเซ็ม บือราเฮง อาศัยอยู่กับภรรยาวัย 34 ปีในบ้านที่ทรุดโทรม เขามีลูกสาว 3 คน ทั้งหมดอยู่ในอาการเศร้าโศก ภรรยาของนายฮาเซ็ม เล่าว่า อยู่กินกับสามีมานานกว่า 12 ปี แต่ในช่วง 5 ปีหลังสามีไม่เคยกลับบ้านเลย เจ้าหน้าที่เคยมาหาเพื่อติดต่อให้สามียอมเข้ากระบวนการยุติธรรม แต่สามีไม่ยอมเพราะไม่เชื่อมั่นในเจ้าหน้าที่รัฐ และไม่เคยทราบข่าวเลยว่าอยู่ที่ไหน กระทั่งผู้ใหญ่บ้านมาแจ้งว่าสามีเสียชีวิตแล้ว
"กังวลอยู่ว่าอนาคตจะต้องเลี้ยงลูกคนเดียว เพราะฉันเป็นลูกจ้างรายวัน ค่าแรงแค่วันละ 100 บาท หากวันไหนไม่ไปทำงานก็จะไม่ได้เงิน จึงอยากวอนขอให้รัฐบาลช่วยเหลือด้วย" ภรรยาของนายฮาเซ็ม กล่าว





