"เฉลิม"แจง2กระทู้เรื่องก่อสร้างโรงพักฉาว ป้อง"พงศพัศ"ไม่เอี่ยวทุจริต
ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ช่วงกระทู้ถามสด นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ได้ตั้งกระทู้ถามสด ในประเด็นโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจ จำนวน 396 แห่ง และอาคารที่พักข้าราชการตำรวจ งบประมาณก่อสร้าง 5,848 ล้านบาท ที่มีปัญหาการก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ เพราะบริษัทพีซีซี ดีเวลล็อปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด ซึ่งเป็นผู้รับจ้างทิ้งงาน โดยจากการตรวจสอบพบการทุจริตหรือไม่ รวมถึง พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ในฐานะประธานทีโออาร์มีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ในฐานะกำกับ สตช. ชี้แจงว่าโครงการดังกล่าวเป็นการโกง ทุจริต และคอรัปชั่น ทั้งนี้โครงการดังกล่าวทำมาตั้งแต่สมัยที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ อดีตรองนายกฯ กำกับ สตช. สั่งให้เสนอโครงการดำเนินการ ประเด็นสำคัญคือ ได้อนุมัติโครงการครั้งแรก เมื่อ 9 มิ.ย.52 โดยให้กระจายการจ้างแบบรายภาค ตามข้อเสนอของ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. เพื่อให้เกิดการแข่งขัน แต่ต่อมาเมื่อวันที่ 20 พ.ย. 52 ได้เปลี่ยนโครงการให้อนุมัติจัดจ้างแบบรายเดียว แม้บริษัทผู้รับเหมารวม 8 บริษัท นำโดย บริษัท พีซีซีฯ ทำหนังสือร้องทุกข์ว่าไม่ควรทำเนื่องจากจะผิดกฎหมายร่วมทุน ส่วนกรณีที่ถามว่า พล.ต.อ.พงศพัศ เกี่ยวกับการทุจริตหรือไม่ ตนขอชี้แจงว่า พล.ต.อ.พงศพัศ เกี่ยวในรอบแรก ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนเป็นการจัดจ้างแบบรวมสัญญา เพราะเป็นประธานทำทีโออาร์ ในครั้งนั้น พล.ต.อ.พงศพัศ เห็นว่าควรแยกการจัดจ้างเป็นแบบรายภาค ส่วนภายหลังที่มีการอนุมัติทำสัญญาแบบรวมนั้นไม่เกี่ยวกับพล.ต.อ.พงศพัศ
ทั้งนี้ร.ต.อ.เฉลิม ได้ชี้แจงต่อข้อคำถามที่ว่า เมื่อทราบว่ามีการทำผิดกฎหมายเหตุใดไม่บอกเลิกสัญญา แต่กลับพบว่ามีการขยายเวลาก่อสร้างอีก ว่า ตนไม่โง่ เพราะหากบอกเลิกสัญญาก่อนวันครบกำหนดก่อสร้าง 14 มี.ค. 56 อาจถูกฟ้องร้องได้ ดังนั้นตนจึงรอให้ครบวันกำหนดก่อสร้างตามสัญญาก่อน เพราะจะใช้เป็นประเด็นแจ้งดำเนินคดีบริษัทพีซีซี ฐานะฉ่อโกงทรัพย์ หลอกลวง อย่างไรก็ตามประเด็นที่เกิดขึ้นต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริง ขณะนี้มีพยานบุคคลและหลักฐานชัด เชื่อจะมีคนเข้าคุกอย่างแน่นอน
ร.ต.อ.เฉลิม ยังได้ตอบกระทู้ถามสดเรื่องตรวจสอบการบริหารงบประมาณในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และบุคคลที่ต้องมารับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งถามโดยนายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ว่า ประเด็นดังกล่าวอยู่ระหว่างการตรวจสอบหากพบบุคคลที่ทำผิดต้องดำเนินคดี
"ผมไม่กล้าฟันธงว่าใครผิดหรือถูก เพราะไม่ใช่พนักงานสอบสวน แต่คนที่ทำหน้าที่คือ ดีเอสไอ ทั้งนี้มีข้อมูลจากบุคคลที่มาเล่าให้ฟังว่า ที่รีบร้อนทำสัญญา เพราะเขาต้องการเบิกงบประมาณก่อน 15%หรือเป็นเงินกว่า 800 กว่าล้าน ทราบว่าเมื่อเบิกเงินแล้วมีการจ่ายเบี้ยรายทาง จนทำให้ผู้รับจ้างไม่มีเงินไปก่อสร้างและเมื่อก่อสร้างวดแรกไมได้ ก็ไม่สามารถเบิกเงินในงวดต่อๆ ไปได้ ทำให้เกิดปัญหาขึ้น” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว





