ผบ.ตร.เดือด โต้ดีเอสไอไร้มารยาท เตือนก่อนเรียกไปสอบปากคำต้องมีหลักฐานชัดเจน อย่าใช้วิกฤติมาเหยียบคนอื่น
พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. กล่าวถึงกรณีที่ดีเอสไอจะเรียกไปให้ปากคำเรื่องการก่อสร้างสถานีตำรวจ396 ว่า เรื่องนี้ดีเอสไอต้องทบทวนบางท่านไม่เกี่ยวเลย ต้องระมัดระวังเรื่องการเรียกที่ขาดหลักฐาน อย่างตัวผมเองและ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ อดีตผบ.ตร.เพิ่งมารับตำแหน่งสัญญาก็ต่อโดยคู่สัญญาคือผู้บัญชาการส่งกำลังบำรุง การต่อสัญญาก็ทำภายใต้มติครม.ที่ให้เยียวยาผู้รับเหมา การบริการก็มีคณะกรรมการ ดีเอสไอต้องทบทวนจะเรียกใครต้องดูนิดหนึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อน
ผู้สื่อข่าวถามว่าดีเอสไอมีหนังสือมาถึงท่านหรือยัง พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า ไม่มี ถ้าเรียกผมไปให้ข้อมูลต้องถามว่าในฐานะอะไร ผมเป็นผู้เสียหาย กระบวนการด้านกฎหมายก็มีผู้รับผิดชอบต้องดูละเอียดนิดหนึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อนต้องดูหลักฐานว่าใครมีอำนาจ เรียกในฐานะอะไร เป็นเรื่องของมารยาท ตนคิดว่ามารยาทสำคัญมากทุกคนเป็นตำรวจชั้นผู้ใหญ่จะเรียกลอยๆมา คิดว่าต้องดูหลักฐานต้องครบถึงจะเรียก หลักฐานต้องครบถึงจะเรียก เรียกเฉยๆตนว่าไม่ถูกต้อง
เมื่อถามว่าถ้ามีหนังสือมาอย่างเป็นทางการ ผบ.ตร.กล่าวว่า ถามว่าในฐานะอะไร ถ้าไปให้ข้อมูลเฉยๆก็ต้องพิจารณาดู แต่ถ้าหากว่า ดีเอสไอมาขอพบเพื่อขอข้อมูลก็ยินดี ต้องเรียนว่าเรื่องนี้ละเอียดอ่อนผู้ใหญ่ทั้งนั้นไปในฐานะอะไร หลักฐานครบไหม อยู่ๆมาเชิญๆ คิดว่าเป็นมารยาท อย่าเอาวิกฤตมาเหยียบคนอื่น เรื่องหน่วยผมไม่ได้เลย หน่วยผมเสียหายอยู่แล้ว ผมก็กำลังแก้ปัญหาอยู่ ผมก็มีลูกแตกหัก อย่ามาเอาหน้าบนซากโรงพักของผม
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีการไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษที่ดีเอสไอเมื่อไหร่ พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่าเรื่องร้องทุกข์กล่าวโทษ ได้มอบหมายให้พล.ต.อ.เจตต์ มงคลหัตถี ที่ปรึกษาสบ.10 รวบรวมข้อมูลหลักฐานทางคดีโดยให้ทำให้เสร็จโดยเร็วที่สุด ซึ่งคาดว่าจะแจ้งความร้องทุกข์ได้หลังวันที่ 14 มีนาคม





