"พงศ์เทพ"เผยรอปรับถ้อยคำแถลงวาจาคดีเขาพระวิหาร ก่อนเสนอเข้าครม.ใช้สู้ในศาลโลก
นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวก่อนเข้าประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ถึงผลการเดินทางไปยังกรุงลอนดอนประเทศอังกฤษ เพื่อนำทีมกฎหมายฝ่ายไทยเข้าพบที่ปรึกษาด้านหมายชาวต่างชาติ ในกรณีเขาพระวิหาร เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า เป็นการยกคณะที่เกี่ยวข้องกับคดีเขาพระวิหารทั้งหมด ประกอบด้วยกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงกลาโหม กองทัพบก คณะกรรมการกฤษฎีกา ฯลฯ โดยได้นำข้อคิดเห็นและข้อห่วงใยต่างๆ จากคณะพิจารณาคดีคณะอนุกรรมการพิจาณาสัญญาต่างๆ รวมไปถึงคณะที่ปรึกษากฎหมายอย่างไม่เป็นทางการ ภาคนิติบัญญัติ และนักวิชาการ เพื่อจะได้กลั่นกรองว่าจะมีการหยิบยกประเด็นใดในการนำไปแถลงด้วยวาจะในวันที่ 15 -19 เม.ย.นี้
นายพงศ์เทพ กล่าวว่า ในระหว่างนี้คณะที่ต่อสู่คดีซึ่งมีนายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮก หัวหน้าคณะต่อสู้คดีปราสาทเขาพระวิหารเป็นประธาน พร้อมที่ปรึกษาด้านกฎหมายจะใช้เวลาในการปรับปรุงถ้อยแถลงด้วยวาจา ซึ่งน่าจะเสร็จสิ้นสมบูรณ์ในช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้ จากนั้น จะนำเสนอ ครม.ในต้นเดือนเม.ย. ก่อนเสนอต่อศาลในช่วงกลางเดือนเม.ย. ส่วนแนวทางการพิจารณาของศาลโลก เชื่อว่าจะพิจาณาตามประเด็น คือการตีความตามคำพิพากษาปี 2505 และ ไม่สามารถออกนอกประเด็นได้
เมื่อถามว่าที่ปรึกษาด้านหมายได้ให้ความหวังในประเด็น ที่จะนำเสนอว่าสามารถหักล้างกับทางกัมพูชาได้หรือไม่ นายพงศ์เทพ กล่าวว่า ประเด็นที่ทางกัมพูชาอ้าง คณะที่ปรึกษาเองมีความมั่นใจในระดับหนึ่ง ส่วนเรื่องที่กัมพูชาต้องการให้ใช้เส้นตามแผนที่ 1 ต่อ 2 แสนเป็นหลัก ที่ปรึกษาของเราก็มีความมั่นใจในระดับหนึ่งเช่นกัน อย่างไรก็ตามยังมีประเด็นอื่นอยู่อีกมาก แต่ก็ได้หยิบทุกประเด็นขึ้นมา เพื่อเตรียมแถลงด้วยวาจา และในส่วนของไทย เราก็เสนอเอกสารไปยังศาลเป็นจำนวนทั้งสิ้นเกือบ 1600 หน้า โดยทางกัมพูชาเสนอเพียง 300 หน้า ยืนยันว่าทีมกฎหมายของไทยต่อสู้อย่างดีที่สุด
นายพรเทพ กล่าวว่า คดีนี้เป็นเรื่องของการตีความของคำพิพากษา เนื้อหาสาระของคดีศาลได้พิพากษาไปแล้วเมื่อปี 2505 ตอนนี้เป็นเพียงการตีความในภาษาอังกฤษ ในเรื่องของการถอดทหารว่ามีความหมายเพียงใด เรื่องดังกล่าวไม่ใช่เรื่องของการรื้อฟื้นคดี ส่วนเรื่องที่ศาลมีอำนาจหรือไม่นั้น รัฐบาลต่อสู้เต็มที่ในทุกประเด็น





