ผอ.ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ เตือนรัฐเล็งประกาศเคอร์ฟิวส์พื้นที่ชายแดนใต้ อาจเข้าทางกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ
จากกรณี ที่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ออหกมาให้สัมภาษณ์ว่า จะขอหารือหน่วยงานความมั่นคงในวันที่15ก.พ.นี้ ในการที่จะตัดสินใจประกาศเคอร์ฟิวส์ พื้นที่บางแห่งที่ยังมีความรุนแรงอยู่นั้น เรื่องดังกล่าว "กรุงเธุรกิจ"ได้สัมภาษณ์ ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้
ดร.ศรีสมภพ กล่าวว่า จากที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคณะกรรมการขับคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ"ศปก.กปต." เตรียมพิจารณาการประกาศเคอร์ฟิวในพื้นที่เกิดเหตุรุนแรง โดยจะหารือร่วมกับฝ่ายผู้เกี่ยวข้องในวันที่15ก.พ.นี้ อาจจะเป็นปฏิกริริยาเร่งให้กลุ่มผู้ก่อเหตุในพื้นที่เร่งความถี่ในการก่อเหตุอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดแรงสะท้อนกลับไปยังรัฐบาลบาล ทั้งในแง่ของความรู้สึกของคนในพื้นที่เพื่อฉุดให้บรรยากาศในพื้นที่ดูเสมือนหนึ่งว่าเลวร้ายลงเรื่อยๆ
สำหรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ขณะนี้ โดยส่วนตัวเชื่อว่าเป็นความพยายามของผู้ก่อเหตุที่พยายามใช้กระแสข่าวเรื่องการเตรียมพิจารณาประกาศเคอร์ฟิวส์ในบางพื้นที่ มาเป็นปัจจัยเร่งให้บรรยากาศในพื้นที่ดูเหมือนเลวร้ายลง ด้วยการสร้างสถานการณ์ทั้งระเบิด คาร์บอมบ์ ซุ่มยิง โจมตี ทุกรูปแบบซึ่งยิ่งกระตุ้นให้รัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านความมั่นคงพิจารณาประกาศเคอร์ฟิวส์
"ประเมินสถานการณ์ที่เกิดขึ้นคาดว่ามีแนวโน้มค่อนข้างสูงที่มีโอกาส ที่หน่วยงานซึ่งเกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาความไม่สงบจะประกาศเคอร์ฟิวส์ในพื้นที่บางจุดในชายแดนใต้ อยู่ที่จะเป็นพื้นที่ใดและกี่แห่งเท่านั้นเอง"ดร.ศรีสมภพ กล่าว
ดร.ศรีสมภพ กล่าวต่อว่า หากรัฐบาล หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตัดสินใจประกาศเคอร์ฟิวส์ อาจจะส่งผลให้สถานการณ์ถูกยกไปเปรียบเทียบกับเมื่อช่วงปี2548-2550 ซึ่งในช่วงเวลานั้นสถานการณ์รุนแรงมีความถี่ในการเกิดเหตุสูงมาก ประมาณ200หรือ300ครั้ง/เดือน จนนำไปสู่การประกาศเคอร์ฟิวใน อ.ยะหา และบันนังสตา ก่อนจะยกเลิกประกาศดังกล่าวเมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลายในเวลาต่อมา
"ครั้งนี้มีเหตุจำนวนน้อยกว่าหลายปีก่อนมาก ดังนั้นหากมีการประกาศเคอร์ฟิวส์พื้นที่ใดในช่วงนี้ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่ถูกเปรียบเทียบ โดยเฉพาะกระแสจากชาวบ้านที่มองว่ารัฐแก้ไขสถานการณ์ให้คลี่คลายได้มากกว่าอดีตที่ผ่านมามากน้อยแค่ไหน"
ดร.ศรีสมภพ กล่าวต่อว่าจากการเก็บข้อมูลจากเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติงานทำให้พบข้อมูลที่น่าสนใจว่า ระยะนี้กลุ่มก่อเหตุเป็นแนวร่วม หรือหน่วยปฏิบัติการชุดใหม่ ที่ถูกส่งมาเพื่อเร่งความรุนแรงในเขตพื้นที่เป้าหมาย เพื่อต้องการชิงนำจังหวะการเป็นผู้กำหนดพื้นที่ในการก่อเหตุกับเจ้าหน้าที่รัฐ





