อธิบดีศาลอาญาแถลงผลงานเผยคดียาเสพติดมากสุด หนุนนิรโทษกรรมคดีการเมือง
นายทวี ประจวบลาภ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา นายสุทธิศักดิ์ วนะชกิจ โฆษกศาลยุติธรรมได้ร่วมกันแถลงผลงานของศาลอาญาประจำปี 2555 ตามโครงการศาลอาญาพบสื่อมวลชนโดยนายทวี กล่าวว่า ศาลอาญากับคดียาเสพติดเข้าสู่การพิจารณาของศาลถึงร้อยละ 58 และคดีอาชญากรรมทั่วไปร้อยละ 42 ซึ่งคดียาเสพติดเป็นจำนวนมากเนื่องจาก บช.ปส. จับกุมส่งพิจารณาคดีที่ศาลอาญารัชดาด้วยเพื่อความสะดวกในการเดินทางและลดความเสี่ยงในเรื่องการชิงตัวผู้ต้องหา ซึ่งสามารถกระทำได้ตามเขตอำนาจการสอบสวน โดยคดียาเสพติดในปี 2555 รับใหม่จำนวน 8,264 คดี เป็นคดีค้างเก่า 889 คดี พิจารณาแล้วเสร็จ 8,044 คดีเหลือคงค้างที่ต้องพิจารณา 1,109 คดี สำหรับคดีอาญาทั่วไป เข้าสู่การพิจารณาของศาล 4,941 คดี แบ่งเป็นคดีค้างเก่า 1,726 คดี พิจารณาแล้วเสร็จจำนวน 5,175 คดี เหลือคงค้างที่ต้องพิจารณา 1,492 คดี รวมพิจารณาคดีทั้ง 2 ประเภทแล้วเสร็จแล้ว 13,219 คดี คิดเป็นร้อยละ 83.56 ซึ่งบรรลุเป้าหมายเกี่ยวกับเกณฑ์ชี้วัดพิพากษาคดี แผนยุทธศาสตร์ศาลยุติธรรม 2553-2556 ที่สำนักงานศาลยุติธรรมได้วางแผนไว้
นายทวี กล่าวต่อว่า ศาลอาญาตั้งโครงการสมานฉันท์และสันติวิธี เพื่อไกล่เกลี่ยคดีโดยไม่ต้องนำคดีเข้าสู่การพิจารณาของศาลแล้วเสร็จไปกว่า 600 คดี ส่วนคดีที่เกี่ยวข้องกับการเมืองมีคดีสำคัญ ๆ อยู่หลายคดีและเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งศาลยืนยันว่ามีการพิจารณาไปตามพยานหลักฐานและเป็นกลางไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด จึงอยากให้ผู้วิพากษ์วิจารณ์อย่าใช้อคติ อย่าใช้ถ้อยคำเสียดสีทิ่มแทงศาลโดยเฉพาะผู้ที่นำชาวต่างชาติมาวิพากษ์วิจารณ์ศาลโดยปราศจากข้อมูลอันสมบูรณ์ ตนทนไม่ได้ที่นำคนเหล่านี้เข้ามากดดันศาลซึ่งถือเป็นการกดดันประเทศไทย เราจึงอธิบายคนไทยให้เข้าใจ แต่ต้องยอมรับคดีการเมืองพาดพิงไปถึงกลุ่มที่คิดต่าง แม้จะพูดอธิบายอย่างไรก็คงไม่เข้าใจถ้าไม่ได้เป็นไปตามที่เขาเห็น
นายทวี กล่าวถึง การพิจารณาของผู้พิพากษาในคดีที่เกี่ยวกับการเมืองนั้น ตามหลักการนั้นผู้พิพากษาของศาลอาญาทั้ง 91คน จะมีอิสระในการใช้ดุลยพินิจ ไม่มีผู้พิพากษาท่านอื่นเข้าไปก้าวก่ายกัน การพิจารณาปฏิบัติตามหลักการ แต่ถ้าเป็นคดีที่ส่งผลต่อความสงบเรียบร้อยประชาชน ส่งผลร้ายต่อระบบกฎหมาย คำพิพากษาจะมีการตรวจสอบภายใน คือมีหัวหน้าคณะในการดูแลและคดีที่มีระดับอัตราโทษสูงเกิน 10 ปีขึ้นไปจะมีการปรึกษารองอธิบดีศาลอาญาเพื่อ ช่วยกันคิด กลั่นกรองแนวคิดพิพากษา ถ้าคดีใดมีโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิตก็ต้องปรึกษาอธิบดีด้วยอีกครั้งหนึ่ง สำหรับคดีอื่น ๆ ที่อาจมีโจทก์หรือจำเลยเป็นบุคคลสำคัญ ลักษณะคดีกระทบต่อสังคมส่วนรวมแม้ไม่มีอัตราโทษสูงก็ต้องตรวจสอบภายในด้วยเพื่อหาข้อยุติที่ดี ที่ถูกต้อง
"คดีการเมืองหลาย ๆ คดี ผมยังคิดในใจถ้าเป็นได้นิรโทษกรรมไปให้หมด ๆ ก็ดี เป็นประโยชน์เข้าล๊อคเกิดความสมานฉันท์ แต่จะเกิดความสมานฉันท์หรือเปล่าผมก็ไม่ทราบ แต่ก็ยังดีที่มีการคิดแนวนิรโทษกรรมที่ให้มีโทษเฉพาะผู้สั่งการไว้ ตามร่างของนายอุกฤษ มงคลนาวิน อย่างไรก็ตามการนิรโทษกรรมตามหลักการนี้คงทำได้ยาก" นายทวี กล่าว





