วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิศวกรคุมสร้างโรงพักร้องดีเอสไอถูกพีซีซีโกง

ผู้รับเหมาช่วงก่อสร้างโรงพักร้องดีเอสไอถูก"พีซีซี"ฉ้อโกง สูญเงิน5ล้าน ระบุหลงเชื่อเพราะแบบกำหนดราคากลางต่ำเกินจริง3ล้าน

นายกรภัทร์ ไพบูลย์สิริกุล วิศวกรผู้ควบคุมการก่อสร้างของบริษัทเอส.แอล.ดีเวลลอปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทรับเหมาช่วงการก่อสร้างสถานีตำรวจทดแทนต่อจากบริษัทพีซีซี ดีเวลลอปเม้นท์ แอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.ถวัล มั่งคั่ง ผู้เชี่ยวชาญคดีพิเศษ เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษ บริษัท พีซีซี ฐานฉ้อโกง สืบเนื่องจากมีการจ่ายค่างวดงานไม่ครบตามสัญญาจ้าง โดยระบุว่า บริษัทรับจ้างช่วงงานก่อสร้างสถานีตำรวจ 5 แห่ง แบ่งเป็นขนาดใหญ่ 1 แห่ง ขนาดเล็ก 4 แห่ง มีการทำสัญญากันเมื่อวันที่ 8 ก.ค. 54 ในสัญญากำหนดราคากลางในการก่อสร้างที่ประเมินราคา โดยคณะกรรมการกำหนดราคากลางระบุงบประมาณในแบบก่อสร้างสถานีตำรวจขนาดใหญ่ไว้ที่ราคา 19.2 ล้านบาท ใช้เวลาก่อสร้าง 13 งวด ส่วนโรงพักขนาดเล็กกำหนดราคาไว้ที่ 5.8 ล้านบาท และ 5.5 ล้านบาท จำนวน 9 งวดงาน ซึ่งเบื้องต้นผู้รับเหมาคิดว่าเป็นงบประมาณที่สามารถรับได้ เนื่องจากในราคากลางกำหนดราคาต้นทุนโรงพักขนาดเล็กไว้ประมาณ 5 ล้านบาท จึงเชื่อว่าจะได้กำไรในการก่อสร้างขนาดเล็กอย่างน้อย 800,000 บาท ทำให้หลงเชื่อ โดยเฉพาะการกำหนดราคากลางโดยคณะกรรมการซึ่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจถึง 3 คน ร่วมเป็นกรรมการกำหนดราคากลาง

นายกรภัทร์ กล่าวอีกว่า เมื่อได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างตามโครงการบริษัทพีซีซีระบุว่าหากไม่สะดวกในการซื้ออุปกรณ์ก่อสร้างก็สามารถสำรองวัสดุจากบริษัทไปใช้ก่อนได้ โดยบริษัทจะหักค่าวัสดุจากงวดงานซึ่งบริษัทต้องทำถึง 2 งวดงานจึงจะเบิกเงินได้ 1 งวด ทั้งนี้เมื่อยื่นเบิกเงินงวดแรกบริษัทพีซีซีต้องจ่ายให้ 500,000 บาท แต่กลับถูกหักค่าวัสดุและภาษี เหลือเงินที่ได้รับจริงเพียง 70,000 บาท ซึ่งไม่เพียงพอกับค่าจ้างแรงงาน

บริษัทจึงเห็นความผิดปกติของความไม่คุ้มทุน จึงได้ว่าจ้างวิศวกรมาแกะแบบการก่อสร้างโรงพักทั้ง 2 ขนาด ทำให้พบข้อเท็จจริงว่าการก่อสร้างโรงพักขนาดเล็กที่คณะกรรมการกำหนดราคากลางไว้ 5.5 ล้านบาท และนำแบบมาจ้างช่วงในราคา 5.8 ล้านบาทนั้น ข้อเท็จจริงการก่อสร้างต้องมีราคาสูงกว่า 7 ล้านบาทจึงได้ขอปรับราคากับทางบริษัทพีซีซี ส่วนโรงพักขนาดใหญ่ซึ่งคณะกรรมการกำหนดราคาไว้ที่ 19.2 ล้านบาท จากการแกะแบบพบว่าต้องใช้เงินลงทุนจริงมากกว่า 26 ล้านบาท ทั้งนี้จากข้อเท็จจริงที่พบทำให้เห็นได้ว่าบริษัทพีซีซีกดราคากับผู้รับเหมาช่วงอีกทั้งยังจ่ายเงินไม่ตรงกับงวดงานที่ระบุตามเงื่อนไข

นายกรภทร์ กล่าวด้วยว่า หากสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเปิดประมูลใหม่ ก็ขอให้กำหนดราคาตามแบบก่อสร้างที่เป็นปัจจุบัน โดยผู้รับเหมาะพร้อมจะดำเนินการก่อสร้างต่อให้แล้วเสร็จ พร้อมทั้งเรียกร้องให้สตช.ชดเชยความเสียหายที่บริษัทลงทุนไปก่อนหน้าที่ประมาณ 4-5 ล้านบาท ทั้งนี้เห็นด้วยกับกรณีที่มีการระบุว่าบริษัทพีซีซีไม่ต้องการให้การก่อสร้างแล้วเสร็จเพื่อจะได้ปัดความรับผิดชอบให้บริษัทรับเหมาช่วงต่อ เนื่องจากในการตรวจรับงานในโครงการก่อสร้างโรงพักผู้ที่ เซ็นตรวจรับงานต้องเป็นวิศวกรของบริษัทเหมาช่วงไม่ใช่ผู้ตรวจรับจากสตช. ดังนั้นหากเกิดข้อผิดพลาดภายหลัง ความรับผิดชอบจะตกอยู่ที่บริษัทผู้รับเหมาเอง