วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นักวิชาการชี้ชนชั้นกลางตัดสินเลือกผู้ว่าฯ

นักวิชาการฟันธงเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ชนชั้นกลางตัดสิน

นายปกรณ์ ปรียากร อาจารย์คณะรัฐประศาสนศาสตร์ นิด้า กล่าวในรายการเจาะข่าวเช้านี้ (ช่วงวิเคราะห์เจาะลึก) เอฟเอ็ม101.5 เมกะเฮริทซ์ กรณีการหาเสียงของผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.ช่วงนี้ ว่า ข้อดีของการหาเสียงช่วงนี้คือไม่มีการโจมตีกัน ช่วงนี้เป็นการสื่อสารโฆษณาตัวเองมากกว่าหาเสียงส่งผลให้ประชาชนไม่รู้ว่านโยบายที่จะพากทม.ไปในอนาคตเป็นชิ้นเป็นอันบ้าง พรบ.กทม.2528ระบุว่ากทม.เป็นการปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษที่ผู้ว่าฯกทม.มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนและเป็นมหานคร อำนาจการตัดสินใจนั้นเบ็ดเสร็จ รัฐบาลแทรกแซงแทบไม่ได้หลายเรื่อง เว้นแต่ความขัดแย้งระดับใหญ่ในการบริหารกทม.และเป็นศูนย์กลางประชาคมอาเซียนในอนาคต

นายปกรณ์ กล่าวว่า การหาเสียงในช่วงนี้ยังหาเสียงในรูปแบบเดิมเช่นแก้จราจร น้ำเสีย ศึกษา สาธารณสุข และตนมองว่าผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.มีความสามารถน้อยกว่าข้าราชการกทม.ที่เป็นมืออาชีพ เช่นการระบายน้ำ อนามัย สาธารณสุข จราจร แต่สิ่งที่ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.ต้องแสดงให้เห็นคือเข้าใจและต้องทำงานร่วมกับข้าราชการกว่าสามหมื่นคนที่มีความหลากหลายและความต้องการที่มาก เพราะกทม.หลอมรวมความแตกต่างมหาศาลในทุกเขต และสื่อมักสนใจในเรื่องฉาบฉวย ส่วนหน้าที่ผู้ว่าฯกทม.ซึ่งประชาชนควรจะเลือกนั้นคือ ผู้ว่าฯกทม.คือผู้บริหารและกำหนดนโยบาย โดยสภากทม.จะออกข้อบัญญัติไปสู่การดำเนินการและตรวจสอบการทำงานของผู้ว่าฯกทม.ได้ และผู้ว่าฯกทม.ประสานความร่วมมือกับรัฐบาลในโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงกัน และรอยต่อตรงนี้ต้องมีอยู่ หากผู้ว่าฯกทม.เป็นคนเดียวกับรัฐบาลนั้นอาจจะตัดสิทธิประชาชน และไม่เคยเกิดการตัดการร่วมมือหากผู้ว่าฯกทม.มาจากต่างพรรค เช่นมหานครหลายประเทศ ผู้บริหารมหานครก็ไม่ได้มาจากพรรครัฐบาล เพราะทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันในเงื่อนไขความจำเป็น และรัฐบาลจะทำงานแทนท้องถิ่นทุกเรื่องไม่ได้

ส่วนผู้ว่าฯกทม.ในช่วงที่ผ่านมาทำงานเช่นใดนั้น หลายคนมีความโดดเด่นในการทำงานและหลายคนทำงานโดยไม่ลงรอยกับพรรคเดียวกันในช่วงเป็นรัฐบาลด้วยซ้ำ ส่วนประชาชนควรเลือกใครนั้นควรดูประวัติ การทำงานในองค์การใหญ่ๆ หากผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.เป็นสมาชิกพรรคจะได้เปรียบกว่าผู้สมัครอิสระ การประสานประโยชน์สาธารณะของคนหลายระดับในกทม. ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน และแสดงให้เห็นว่าจะสร้างอนาคตกทม.ในสี่ปีข้างหน้าได้อย่างไร และความเป็นอิสระของท้องถิ่นในการทำงานโดยไม่ต้องรอคำสั่งใคร รวมทั้งประสานปริมณฑลได้

"การหาเสียงแบบนโยบายฟรีต่างๆนั้นคนต่างจังหวัดจะมองว่าเสียเปรียบเพราะนำภาษีมาใช้เพื่อคนกทม.เท่านั้น”นายปกรณ์กล่าวและว่าที่ผ่านคนกทม.ตื่นตัวในการเลือกตั้งหากเทียบกับต่างจังหวัดถือว่าน้อยเพราะไม่คาดหวังมาก แต่ครั้งนี้ถือว่าแตกต่างและตื่นตัวสูง สิ่งตัดสินนั้นคือชนชั้นกลางไม่ใช่ชนชั้นรากหญ้า"