ผู้สมัครอิสระผู้ว่าฯกทม. แห่ร้องกกต.กทม. พร้อมมอบพวงหรีด จี้ออกระเบียบห้ามเผยแพร่โพลล์ ชี้เป็นการชี้นำประชาชน
ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานเลือกตั้ง (กกต.)ว่า นายกฤษณ์ สุริยะผล ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 20 ได้เดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียน พร้อมนำพวงหรีดที่มีข้อความว่า “แด่โพลชี้นำ” เพื่อขอให้กกต.กทม. พิจารณาสั่งระงับหรือกล่าวตักเตือนไม่ให้สำนักโพลต่างๆ เผยแพร่ผลการสำรวจการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ในทุกกรณีโดยทันที พร้อมออกระเบียบห้ามไม่ให้เผยแพร่ผลการสำรวจความเห็นที่เกี่ยวข้องกับคะแนนนิยมของผู้สมัครรับเลือกตั้ง
นายกฤษณ์ กล่าวว่า จะเห็นได้จากผลสำรวจที่ออกมาในแต่ละสัปดาห์ ไม่ว่าสำนักโพลไหน ก็ระบุถึงคะแนนนิยมของผู้สมัครบางคนอย่างชัดเจน จนสร้างกระแสให้ผู้สมัครบางคนซึ่งเท่ากับเป็นการชี้นำ ดังนั้นตนจึงไม่มั่นใจในความน่าเชื่อถือของนักวิชาการ ของสำนักโพลในการสำรวจเพราะว่านักวิชาการบางคนมีความใกล้ชิดกับรัฐบาล บางคนรับเงินจากรัฐบาลในการทำงานสำรวจวิจัย พร้อมทำเวทีสานเสวนาให้กับรัฐบาล และบางคนก็สนิทสนมกับบางพรรคการเมืองอย่างแยกไม่ออกอีกด้วย
นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.หมายเลข 6 ได้เดินทางมายื่นหนังสือขอให้กกต.พิจารณาการทำโพลที่มีการชี้นำ โดยเฉพาะการชี้นำไปที่สองพรรคการเมืองใหญ่ ทั้งที่ในความเป็นจริงมีคะแนนส่วนหนึ่งที่ประชาชนให้การสนับสนุนผู้สมัครอิสระ แต่ไม่ได้รับการเผยแพร่ จึงขอความเป็นธรรมให้กับตนและผู้สมัครคนอื่นๆ ด้วยการยุติการเผยแพร่โพลต่างๆ นอกจากนี้ยังขอให้สื่อให้ความเป็นธรรมอย่านำตนในฐานะผู้สมัครอิสระไปร่วมกับ ผู้สมัครอิสระคนอื่นที่อาศัยกระแส เพื่อเคลื่อนไหวโดยอิงการเมือง เพราะตนต้องการเข้ามาทำงานเพื่อคนกทม.อย่างแท้จริง อย่างไรก็ตามตนขอให้ กกต.กทม. ตรวจสอบว่าถูกลอกเลียนแบบนโยบายโดย 2 พรรคการเมืองใหญ่หรือไม่ คือนโยบายน้ำดีไล่น้ำเสีย และสวนสาธารณะลอยน้ำ ที่ตนได้คิดและประกาศนโยบายดังกล่าวตั้งแต่วันที่สมัครรับเลือกตั้งแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วงเดียวกันนั้น นายประทีป วัชระโชคเกษม อดีตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 14 ที่ถูกตัดสิทธิ์ในการสมัครรับเลือกตั้งได้เดินทางมาชี้แจงและขอความเป็นธรรม กรณีถูกตัดสิทธิ์ โดยยืนยันว่าไปใช้สิทธ์เลือกตั้งl"ส.ส.แบบล่วงหน้า ที่หน่วยเลือกตั้ง 72 เขตพระโขนง ซึ่งตนได้เซ็นต์ชื่อที่ต้นขั้วของบัตรเลือกตั้ง แต่ไม่ได้เซ็นในสมุดทั่วไป ทั้งนี้ตนเล่นการเมืองมานานและเคยดำรงตำแหน่งสำคัญ ๆ ซึ่งขนาดนี้มีอายุถึง 63 ปี แล้ว จึงเข้าใจกฎหมายและขั้นตอน รวมทั้งมีวุฒิภาวะพอที่จะรู้ว่าหากไม่ไปใช้สิทธิ์แล้วมาสมัคร ถือว่าเป็นการให้ข้อมูลเท็จจะถูกดำเนินคดีอาญาได้ อย่างไรก็ตามตนได้ชี้แจงเรื่องดังกล่าวกับประธาน กกต.กทม. ที่ระบุว่าจะให้คำตอบภายใน 2-3 วัน ซึ่งหากไม่คืนสิทธิ์ให้ ตนจะร้องถึงศาลฎีกาต่อไป





