"เสรีพิศุทธ์"ชมตำรวจจับ "กำนันเป๊าะ" ชูนโยบายต้านคอร์รัปชันหาเสียง เหนือ"ไร้รอยต่อ หรือขายฝัน มาเหนือเมฆ ดีแต่พูด"
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในนามกลุ่มพลังกรุงเทพ หมายเลข 11 แถลงข่าวถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม สามารถจับกุมตัวนายสมชาย คุณปลื้ม หรือ กำนันเป๊าะ จำเลยในคดีทุจริต ซื้อที่ดินเขาไม้แก้ว เพื่อเป็นที่ทิ้งขยะของเมืองพัทยา จ.ชลบุรี และคดีจ้างวานฆ่านายประยูร สิทธิโชติ หรือกำนันยูร อดีตกำนัน ต.ท่าเสม็ด จ.ชลบุรี เมื่อปี 2546 ที่ศูนย์อำนวยการเลือกตั้งพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ถนนรัชดาภิเษก โดยระบุว่า ขอชื่นฃม และขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนาย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการปฎิบัติจับกุมครั้งนี้ เพื่อนำตัวส่งศาล นำตัวไปลงโทษตามกฎหมาย ซึ่งเป็นการพิสูจน์ให้เห็นถึงความศักดิ์สิทธิ์ของกฏหมาย ไม่ใช่กฏหมายประเทศไทยล้าหลัง ถ้าทำอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเจ้าพ่อ หรือผู้มีอิทธิพล ก็ต้องโดนดำเนินคดีตามกฏหมายเช่นกัน ซึ่งในการดำเนินคดีการทุจริตจัดซื้อที่ดิน ที่เขาไม้แก้ว เป็นคดีที่อยู่ในความรับผิดชอบดำเนิน การจับกุม สอบสวน เพื่อส่งพนักงานอัยการฟ้องดำเนินคดี โดยขณะที่ดำเนินคดีตนคำรงตำแหน่งเป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจภาค 2
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวอีกว่า ในการที่ตนดำเนินคดีได้นั้น เป็นเพราะได้รับความร่วมมือจากประชาชนที่ส่งจดหมายมา 1 แผ่น มีข้อความว่า “การซื้อที่ดินที่พัทยามีการทุจริต” ตนจึงไปดูข้อมูลการจัดซื้อที่ดินพัทยาทั้งหมด ทำให้พบพิรุธว่ามีชื่อของคนสวนบ้านกำนันเป๊าะเป็นผู้ซื้อที่ดิน จึงเป็นที่มาที่สามารถให้ตนสามารถสืบจนดำเนินคดีได้ ซึ่งถิอเป็นคดีแรกสำหรับบุคคลผู้นี้ ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมดำเนินคดีกับผู้มีอิทธิพล นักการเมือง ท้องถิ่น ที่ใช้อำนาจในทางทุจริต คอร์รัปชัน ซึ่งเป็นบุคคลที่ไม่มีใครกล้าแตะต้อง หรือดำเนินคดี เนื่องจากผู้ที่ถูกจับกุม เป็นผู้ที่มีอิทธิพลแล้ว ยังมีบุตรชายเป็นนักการเมือง และดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ทั้งมีสายสัมพันธ์ใกล้ชิด ลึกซึ่งกับพรรคการเมือง และนักการเมืองที่เป็นรัฐบาลแทบทุกยุคสมัยจนถึงปัจจุบัน
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า การดำเนินคดีดังกล่าว ก็ได้ใช้อำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ดำเนินการโดยเด็ดขาด และตรงไปตรงมา เพื่อรักษาผลประโยชน์ ของประชาชนและประเทศชาติ เรื่องนี้ จึงเป็นบทพิสูจน์ถึงผลงานในอดีตของตน และเป็นข้อยืนยันได้ว่า ทุกสิ่งที่ตนพูดและทำ ล้วนตรวจสอบ และวัดผลได้ถึงความถูกต้อง และเป็นจริง
"ใครทำอะไรไว้ กรรมก็จะตามสนอง และใครที่กลั่นแกล้งผมเอาไว้ กรรมก็จะตามทัน ไม่มีใครต้านความจริงได้" พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าว
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวอีกว่า ในการลงเลือกตั้งในครั้งนี้ อาสาตัวมารับใช้พี่น้องชาวกทม. ขอถือเอานโยบาย ต่อต้านการทุจริต คอรัปชั่น ไม่ว่าแบบไร้รอยต่อ กินรวบประเทศไทย หรือขายฝัน มาเหนือเมฆ ดีแต่พูด เป็นเป้าหมายสำคัญ ที่จะต้องหยุดขบวนการเหล่านี้ให้ได้ จึงสมัครในนามอิสระ ไม่สังกัดพรรค และเห็นว่ากทม.ต้องปลอดจากพรรคการเมือง หากการเมืองยังครอบงำกทม.อีกต่อไป ก็จะไม่สามารถขจัดปัญหานี้ออกไปได้ ความเป็นอิสระของผู้ว่าฯกทม.ที่ไม่ขึ้นต่อพรรคการเมืองจึงเป็นหัวใจสำคัญของการเลือกตั้งครั้งนี้





