สวนดุสิตโพลเผยผลสำรวจพบคนกทม.ไม่เอาผลโพลตัดสินใจเลือกตั้งผู้ว่าฯ
ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งมักจะมีการทำโพลออกมาและคาดการณ์กันว่า ใครจะเป็นผู้ที่มีคะแนนนำหรือชนะการแข่งขัน โดยเฉพาะการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ครั้งนี้ที่มีโพลต่างๆออกมาและเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางว่าน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด เพื่อเป็นการสะท้อนความคิดเห็นของคนกรุงเทพฯ ที่มีต่อ "โพล" "สวนดุสิตโพล" มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต จึงได้สำรวจความคิดเห็นของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในกทม. จำนวน 1,270 คน ระหว่างวันที่ 24 - 26 มกราคม 2556 สรุปผลดังนี้
1. คนกรุงเทพฯ คิดอย่างไร ? กรณี ที่โพลสำนักต่างๆเผยแพร่ผลการสำรวจ "การเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม." ณ ตอนนี้ อันดับ 1 เฉยๆ /เป็นเรื่องธรรมดาเมื่อมีการเลือกตั้งก็จะมีผลโพลของสำนักต่างๆออกมาเสมอ 39.51% อันดับ 2 ควรมีวิจารณญาณในการรับฟังข้อมูลต่างๆ อย่าให้โพลมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ 22.23% อันดับ 3 รู้สึกสงสัย แปลกใจกับผลโพลที่ออกมาไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน /ไม่เหมือนกัน 13.88% อันดับ 4 เป็นการชี้นำ สร้างกระแสให้กับสังคม ถูกหยิบยกขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสม 12.60% อันดับ 5 โพลสามารถทำได้ แต่ควรเป็นไปตามหลักวิชาการ เป็นกลาง มีจรรยาบรรณ 11.78%
2. ท่านเชื่อ "ผลโพล" หรือไม่ ? อันดับ 1 พอเชื่อบ้าง 47.86% เพราะดูจากความน่าเชื่อถือของแต่ละสถาบัน โพลเป็นที่รู้จักในสังคมมากขึ้น นำมาเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจได้บ้าง ฯลฯ อันดับ 2 ไม่ค่อยเชื่อ 20.40% เพราะบ่อยครั้งผลที่ออกมาไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ค้านกับความรู้สึก เป็นเพียงกระแสช่วงหนึ่งซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ ฯลฯ อันดับ 3 ไม่เชื่อ 18.52% เพราะผลที่ออกมาไม่แม่นยำ ผิดพลาดบ่อย เป็นการชี้นำ เป็นโพลรับจ้าง ฯลฯ อันดับ 4 เชื่อมาก 13.22% เพราะ เป็นการสอบถามความคิดเห็นจากกลุ่มคนที่มีความหลากหลาย เป็นไปตามระเบียบวิธีวิจัยและมีหลักวิชาการรองรับ ฯลฯ
3. "ผลโพล" มีผลต่อการตัดสินใจเลือกผู้ว่าฯกทม. มากน้อยเพียงใด ? อันดับ 1 ไม่มีผล 35.89% เพราะผลที่ออกมาไม่น่าเชื่อถือ ตัดสินใจไว้แล้วว่าจะเลือกใคร เชื่อความรู้สึกของตัวเองมากกว่าผลโพล ฯลฯ อันดับ 2 ค่อนข้างมีผล 29.60% เพราะบ่อยครั้งที่ผลโพลถูกหยิบยกขึ้นมาใช้เป็นข้อมูลอ้างอิง และเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ฯลฯ อันดับ 3 ไม่ค่อยมีผล 24.69% เพราะไม่ค่อยได้ติดตามผลโพล การตัดสินใจเลือกผู้สมัครจะดูที่นโยบาย คุณสมบัติ และผลงานมากกว่า ฯลฯ
อันดับ 4 มีผลมาก 9.82% เพราะเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจ สะท้อนความรู้สึกนึกคิดของคนในสังคมออกมาให้รับรู้ ฯลฯ





