หมอพรทิพย์ระบุผลดีเอ็นเอชี้โรฮิงญาใช้สารเสพติด ลงประวัติอาชญากรนายหน้าสัญชาติพม่า 2 ราย
พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า นักนิติวิทยาศาสตร์ที่ประจำอยู่ในศูนย์ปฎิบัติการชายแดนภาคใต้เข้าไปเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอของกลุ่มมุสลิมโรฮิงญากว่า 800 คนที่ลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายครบทุกคนแล้ว โดยผลการตรวจเบื้องต้นพบว่า
บางรายมีการใช้สารเสพติด แต่ไม่พบว่ามีสารประกอบระเบิดตามร่างกาย ซึ่งมีข้อน่าสังเกตว่าหลายครั้งที่เข้าไปเก็บดีเอ็นเอของชาวมุสลิมโรฮิงญา ที่เคยลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยวิธีการลอยเรือเข้ามาตามน่านน้ำแล้วถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือทหารจับกุมได้ หรือการเข้ามาโดยมีนายหน้าเป็นผู้นำพาโดยใช้รถห้องเย็นบรรทุกชาวมุสลิมโรฮิงญาเข้ามาจากชายแดนประเทศเพื่อนบ้านด้าน อ.แม่สอด จ.ตาก มักตรวจพบสารเสพติดในร่างกาย แต่ยังไม่ปรากฏข้อมูลว่ามีความเกี่ยวข้องกับขบวน การค้ายาเสพติดหรือไม่
“จากการตรวจดีเอ็นเอของมุสลิมโรฮิงญาหลายๆครั้งมีข้อน่ากังวลในประเด็นที่เกี่ยว ข้องกับปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ ในช่วงปี 2552 ตรวจพบชาวโรฮิงญาที่ถือบัตรสัญชาติมาเลเซียเข้ามาก่อเหตุในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แม้กรณีนี้ไม่ได้พบบ่อย แต่มีข้อน่าสงสัยว่าเข้ามาเส้นทางใด เนื่องจากชาวโรฮิงญาไม่มีศักยภาพพอที่จะลอยเรือไปขึ้นฝั่งที่มาเลเซียได้ นอกจากนี้จากการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ยังพบว่าในกลุ่มของผู้ลักลอบหลบหนีเข้าเมืองมีการนำวัตถุระเบิดจากประเทศอินเดียเข้ามาด้วย จึงน่าสงสัยว่ามีขบวนการช่วยเหลือเคลื่อนย้ายคนกลุ่มนี้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการผลักดันคนเหล่านี้กลับประเทศ แต่ในความเป็นจริงโรงฮิงญาจะถูกส่งขึ้นฝั่งที่ จ.สตูล ระนอง และจังหวัดอื่นๆ และบางส่วนจะถูกส่งต่อเข้าไปมาเลเซีย”พญ.คุณหญิงพรทิพย์กล่าว
ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบขยายผลถึงที่พักกลุ่มโรฮิงญา ผู้ต้องหา 2 รายให้การรับสารภาพว่า เป็นโรฮิงญาที่อพยพมาจากชายแดนด้านแม่สอด แต่มาอาศัยอยู่ที่สุไหง โกลก และต่อมาถูกส่งตัวไปฝึกกับอาร์เคเค และกลับเข้ามาก่อเหตุในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประเด็นนี้จึงน่าเป็นห่วงมาก เพราะขณะนี้รัฐบาลไทยยังไม่มีนโยบายชัดเจนว่าจะแก้ปัญหามุสลิมโรฮิงญาที่ลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายอย่างไร สำหรับนายหน้าชาวโรฮิงญาสัญชาติพม่าที่นำคนเหล่านิ้เข้ามาเจ้าหน้าจะเก็บดีเอ็นเอไว้เพื่อประโยชน์ในการตรวจพิสูจน์การกระทำความผิด โดยจะบันทึกไว้ในฐานข้อมูลประวัติอาชญากร





