วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ปรีชา'งัดหลักฐานสู้ตร.ล่าสัตว์ป่าแก่งกระจาน

รมว.ทส.สั่งงัดหลักฐานเอาผิดคดีตำรวจแก่งกระจานร่วมแก๊งล่าสัตว์ป่า

จากกรณี พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี มีความเห็นสั่งไม่ฟ้องพ.ต.ท.ธีรยุทธ เกตุมั่งมี สารวัตรสืบสวนสอบสวน สถานีตำรวจภูธรปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ กรณีที่ปรากฏภาพร่วมอยู่ในขบวนการล่าสัตว์ป่า ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ว่า คดีนี้พนักงานสอบสวน มีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหา 8 คน และมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง พ.ต.ท.ธีรยุทธ เนื่องจาก พยานหลักฐานไม่เพียงพอนั้นนายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช รายงานข้อเท็จจริงมาให้ทราบโดยเร็ว และกำชับว่าขอให้ใช้หลักฐานทุกอย่างที่มีอยู่ทั้งหมด มาใช้ในการต่อสู้ดำเนินคดีกับคนที่กระทำความผิดอย่างเต็มที่

"ผมขอยืนยันว่าคดีนี้จะไม่มีมวยล้มเกิดขึ้น เราไม่ยอมถ้าคนหรือใครที่ทำผิดคดีสัตว์ป่าและทุกเรื่องที่อยู่ภายใต้เนื้องานของทส. ผมพร้อมที่จะดำเนินการตลอด ไม่ต้องห่วงในเรื่องนี้" นายปรีชา กล่าว

ด้านนายนริศ ขำนุรักษ์ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม กล่าวว่าก่อนหน้านี้ทางกมธ.สิ่งแวดล้อม เคยเชิญนายมโนพัศ หัวเมืองแก้ว อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และตำรวจภูธร ภาค7 เข้ารายงานข้อเท็จจริงในคดีล่าสัตว์ และยังได้รับหนังสือจากสำนักงานตำรวจภูธร ภาค7 ลงวันที่ 6 ธ.ค.2555 ถึงกมธ.สิ่งแวดล้อม เรื่อง แจ้งผลการดำเนนการทางวินัยข้าราชการตำรวจรายนี้ ซึ่งระบุว่าผลการสอบสวนข้อเท็จจริง และพฤติการของพ.ต.ท.ธีรยุทธ มีมูลเป็นควผิดวินัยอย่างร้ายแรง โดยตำรวจภูธรภาค 7 ได้มีคำสั่ง 504/2555 ลงวันท21 พ.ย2555 แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง และปัจจุบันอยู่ระหว่างสอบสวน ดังนั้นเรื่องนี้จึงอาจจะขัดแย้ง กับความผิดทางอาญาหรือไม่อย่างไร ดังนั้นจึงอยากให้อัยการได้ดูเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดก่อน ที่จะมีคำสั่งเป็นอย่างไรออกมา โดยละเอียดเพราะตามประมวลกฎหมายมาตรา 83 ว่าด้วยตัวการ พฤติกรรมของนายตำรวจคนนี้ ได้ร่วมกับกลุ่มผู้ต้องอย่างชัดเจน ตั้งแต่การกิน และอยู่กับกลุ่มผู้ต้องหาโดยมีหลักฐานภาพและวีดีโอบันทึกโดยกลุ่มผู้ต้องหาเอง

"ส่วนกรณีของนายชัยวัฒน์ นั้นในการชี้แจงของนายมโนพัศ คราวก่อนได้ รับปากว่าจะตัั้งคณะกรรมการสอบกทำหน้าที่ของนายชัยวัฒน์ ว่าการใช้ดุลพินิจในการดำเนินคดี ที่มีการแยกผู้ต้องหาเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มแรก 8 คนในข้อหาหนัก แต่อีก 1 คน คือ พ.ต.ท.ธีรยุทธ โดนข้อหาเบา ทั้งที่ไม่สามารถแยกข้อหาหนักหรือเบาได้ เพราะผู้ต้องหาทุกคนจะต้องถูกดำเนินคดีในข้อหาหนักเท่ากัน ดังนั้นนายชัยวัฒน์ มีความผิดในการใช้ดุลพินิจ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 หรือไม่ ซึ่งได้กำชับนายโชติ ตราชู ปลัดทส. ไปแล้วเมื่อคราวการประชุมกมธ. สิ่งแวดล้อมสัปดาห์ที่ผ่านมา" นายนริศ กล่า