วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ธาริต'แถลงคำสั่งการ'สุเทพ'ประมูลโรงพัก

"ธาริต"แถลงคำสั่งการ"สุเทพ" สั่งยกเลิกประมูลสร้างโรงพักเป็นรายภูมิภาค ก่อนแก้ไขให้ประมูลรวม 396 หลัง ส่อไม่ปกติในการจัดจ้าง

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ แถลงถึงความคืบหน้าการตรวจสอบโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจ (ทดแทน)จำนวน 396 หลัง ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) ว่า จากการตรวจสอบการจัดหาผู้รับจ้างในส่วนบริษัทที่เข้ามาเสนอราคายังไม่พบการกระผิดเกี่ยวกับการเสนอต่อหน่วยงานของรัฐ(ฮั้วประมูล) เรื่องเดิมสตช.มีหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น คือนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เพื่อขอความเห็นชอบ โดยแยกเสนอเป็นรายภาคเพื่อประมูล ซึ่งนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่แทนนายกฯให้ความเห็นชอบ เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 2552 ต่อมาในปีเดียวกันมีการเสนอใหม่ โดยนายสุเทพ อนุมัติให้ยกเลิกแนวทางจัดจ้างเป็นรายภาค และอนุมัติใหม่ให้มีการจัดจ้างรวมกัน ทำให้มีเพียงบริษัทเดียวที่ชนะการประมูลคือบริษัท พีซีซี ดิเวลลอปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด กลายเป็นจุดเริ่มต้นให้การสร้างไม่เสร็จเพราะทำเพียงบริษัทเดียว และมีการจ้างช่วงต่อให้ผู้รับเหมาอื่น ซึ่งหากสร้างแยกภาคจะได้ผู้รับเหมาทำให้การก่อสร้างเดินหน้าได้เต็มที่แต่เมื่อยกเลิกการแยกประมูลจึงเป็นที่มาการทำผิดสัญญาเพราะมีการจ้างช่วงต่อ

"ดีเอสไอ พบความไม่ปกติของการดำเนินการ เพราะเดิมมีการอนุมัติให้แยกประมูลเป็นรายภาค ซึ่งสอดคล้องความเป็นจริงอยู่แล้ว แต่เปลี่ยนไปเป็นการประมูลรวมกัน ซึ่งไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง เพราะจำนวนการก่อสร้างกระจายทั่วประเทศเมื่อเทียบกับระยะเวลาก่อสร้างตามสัญญาเพียงปีกว่า คงทำได้ยาก เรื่องดังกล่าวส่อว่าไม่ปกติในการจัดจ้างและเรื่องงบประมาณ" นายธาริต กล่าว

นายธาริต กล่าวต่อว่า ตนได้มอบหมายให้ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทุจริตของดีเอสไอ ขอข้อมูลจากผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงนายสุเทพ เพื่อชี้แจงเหตุผลของการยกเลิกการอนุมัติครั้งแรก เพื่อพิจารณาว่าสมเหตุสมผลหรือไม่ เพราะเท่าที่ตรวจสอบอาจเข้าข่ายฮั้วประมูล ตามมาตรา 11 และ 13 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการป้องกันการแทรกแซงจากการทางการเมือง เพื่อให้รายหนึ่งรายใดได้ประโยชน์ นอกจากนี้ ยังทำหนังสือถึงผบ.ตร. ถึงความคืบหน้าการตรวจสอบ และเสนอว่าไม่ควรรอให้สิ้นสุดสัญญา เพราะมีการทำผิดสัญญาไปแล้ว นอกจากนี้ เบื้องต้นยังต้องสอบถามไปที่รองนายกฯ ที่รับผิดชอบสตช.ในปัจจุบันว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร เพราะฝ่ายบริหารมีอำนาจในการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นได้ ดีเอสไอมีอำนาจแค่การดำเนินคดี ทั้งนี้ ยืนยันว่าการดำเนินคดีดังกล่าว ดีเอสไอดำเนินการตามพยานหลักฐาน ไม่มีใบสั่งใดๆทั้งสิ้น