วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดีเอสไอลุยรื้องบไทยเข้มแข็ง สอบ'สุเทพ'

ดีเอสไอลุยรื้องบไทยเข้มแข็ง สอบ"สุเทพ"ผู้อนุมัติประมูลสร้างโรงพัก396แห่งทั่วประเทศ เผยหากข้อมูลไม่ครบจำเป็นต้องเรียกสอบ"พัชรวาท-ปทีป"

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ เปิดเผยความคืบหน้าการขยายผลตรวจสอบกรณีผู้รับเหมาทิ้งงานก่อสร้างสถานีตำรวจทดแทนจำนวน 396 แห่งทั่วประเทศว่า หลังจากตรวจสอบพบความผิดปกติในการเสนอโครงการที่กำหนดให้มีการประมูลแบบรวมศูนย์จากส่วนกลางโดยกำหนดให้ทำสัญญาจ้างเหมากับผู้รับเหมาเพียงรายเดียวที่ชนะการประมูลโดยห้ามไม่มีจ้างช่วงต่อ ซึ่งในการบริหารสัญญาไม่น่ามีความเป็นไปได้ที่บริษัทรับเหมาเพียงรายเดียวจะมีศักยภาพในการก่อสร้างอาคารในลักษณะที่กระจายทั่วประเทศ ดังนั้นกรณีดังกล่าวพนักงานสอบสวนชุดนายธานินทร์ เปรมปรีดิ์ ผอ.ศูนย์ป้องกันและปราบปรามทุจริต จะเร่งตรวจสอบรายละเอียดในโครงการทุกขั้นตอน โดยเฉพาะประเด็นที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่เคยอนุมัติให้ประมูลแยกเป็นกองบังคับการตำรวจภูธร 9 ภาค และต่อมามีการเปลี่ยนแปลงให้ประมูลเพียงสัญญาเดียว

นายธาริต กล่าวว่า เบื้องต้นกำหนดแนวทางตรวจสอบเริ่มตั้งแต่การเสนอโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจทดแทน ซึ่งเสนอให้แยกประมูลเป็นรายภาคและเหตุผลที่ยกเลิกประมูลแบบแยกส่วนและเปลี่ยนแปลงมาประมูลรายเดียวว่าได้กำหนดเหตุผลไว้อย่างไร ซึ่งต้องเรียกสอบเอกสารทั้งหมดจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หากผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในปัจจุบันสามารถให้ข้อมูลได้ครบถ้วนก็ไม่จำเป็นต้องเรียกสอบพล.ต.อ.พัชรวาท วงศ์สุวรรณ และพล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ อดีตรักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้ามาชี้แจงเพิ่มเติม แต่หากผู้รับผิดชอบคนปัจจุบันไม่สามารถให้ข้อมูลได้ครบถ้วนก็คงต้องทำหนังสือเชิญบุคคลทั้ง 2 เข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติมต่อไป

ด้านนายธานินทร์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าเดิมสมัย พล.ต.อ พัชรวาท เป็น ผบ.ตร. ได้เสนอโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจทดแทนโดยให้แยกการประมูลเป็น 9 ภูมิภาค ซึ่งนายสุเทพ ได้ลงนามเห็นชอบอนุมัติให้ดำเนินการแต่ต่อมานายสุเทพกลับมีหนังสือยกเลิกคำสั่งเดิมและแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้รวมดำเนินการจากในส่วนกลางและมีการยื่นขอให้อนุมัติโครงการเพื่อนำไปประกวดราคาโดยผลการประมูลได้บริษัท พีซีซี ฯเป็นผู้ชนะการประมูล ซึ่งนายสุเทพได้ลงนามในคำสั่งอนุมัติให้มีการจัดจ้าง ดังนั้น จึงต้องย้อนกลับไปดูคำสั่งการตั้งแต่เริ่มเสนอโครงการโดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เสนอโครงการและให้ความเห็นชอบอย่างไร และมีคำสั่งการอย่างไร ซึ่งดีเอสไอจำเป็นต้องให้สตช.ยืนยันเอกสารให้ชัดเจนก่อนเรียกสอบพยานบุคคล

แหล่งข่าวจากดีเอสไอ เปิดเผยว่า จากการสืบสวนแผนประทุษกรรมพบว่าในการประมูลงานก่อสร้าง หากเปรียบเทียบในเชิงศักยภาพ บริษัทรับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่มีขีดความสามารถในการก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ วงเงินก่อสร้างเกินกว่า 1,000 ล้านบาทให้แล้วเสร็จได้ตามสัญญาเพราะเป็นการก่อสร้างจุดเดียวจึงสามารถระดมแรงงานและอุปกรณ์เข้าก่อสร้างได้อย่างไม่มีปัญหา แต่สำหรับการก่อสร้างที่กระจายงานออกไปทุกภูมิภาคเพื่อก่อสร้างอาคาร 396 แห่ง ไม่มีบริษัทก่อสร้างหรือผู้รับเหมารายใดจะสามารถกระจายแรงงานไปได้ทั่วถึง เพื่อให้การก่อสร้างแล้วเสร็จตามสัญญาภายใน 450 วัน เว้นแต่จะนำสัญญาไปจ้างช่วงต่อแต่กรณีการสร้างสถานีตำรวจทดแทนในสัญญาห้ามไว้ชัดเจนไม่ให้มีการจ้างช่วง เพื่อป้องกันเอกชนเข้ามาจับเสือมือเปล่า ดังนั้นในทางปฏิบัติถือว่าโครงการไม่มีทางเป็นไปได้ในการบริหารสัญญา